แรงงานข้ามชาติติดโควิด-19 เปิดปมไต้หวันเจอความเสี่ยงแพร่เชื้อโดยไร้อาการ ม.ไถต้าแนะ 7 แนวทางการป้องกัน

วานนี้ ( 27กรกฎาคม ) จากการแถลงข่าวของศูนย์บัญชาการกลางควบคุมโรคระบาดระบุว่า ช่วงเวลาขณะนี้ไม่สามารถแยกประเด็นที่อาจเป็นการติดเชื้อภายในไต้หวันหรือไม่ออกไปได้ จันฉางเฉวียนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือไถต้ากล่าวในการจัดแถลงข่าววันนี้ (28 กรกฎาคม ) โดยเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการระบุว่าเขตพื้นที่ชุมชนของไต้หวันมีภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นจากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้กล่าวแนะนำถึงงานด้านการป้องกันโรคของแรงงานข้ามชาติ  อันประกอบด้วยหอพักควรกั้นแยกพักเดี่ยว การตรวจคัดกรองแบบทั่วทั้งหมดเป็นต้น

จวงเหรินเสียงโฆษกศูนย์บัญชาการกลางควบคุมโรคระบาด ( ภาพ / โดยศูนย์บัญชาการกลาง )

เนื่องด้วยวานนี้แรงงานไทยที่ยืนยันตรวจพบติดโรค เคยทำงานในไต้หวันสองปีครึ่ง จนได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ดังนั้นขณะนี้จึงได้มีการตีกรอบขอบข่ายผู้ที่เคยสัมผัสเพื่อทำการเก็บตัวอย่างตรวจสอบแล้ว จันฉางเฉวียน คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ไถต้าได้กล่าวถึง ก่อนหน้านี้มีนักเรียนหญิงชาวญี่ปุ่นและแรงงานข้ามชาติชาวไทย ทยอยกันมีข่าวว่ายืนยันตรวจพบโรคเมื่อเดินทางกลับประเทศ บางทีภายในเขตพื้นที่ชุมชนไต้หวันมีผู้ป่วยซึ่งไม่มีอาการซ่อนเร้นอยู่ ภายในประเทศควรทำการตรวจสอบโรคระบาดของนักเรียนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติรวมไว้ในที่แห่งเดียวกัน และได้มีการแนะนำ 7 แนวทางป้องกันเป็นการพิเศษด้วย

โดยเฉพาะ 4 แนวทางแรกต้องรีบดำเนินการในทันที ประกอบด้วยโรงงานและหอพักของแรงงานข้ามชาติคนดังกล่าวจำเป็นต้องแยกพื้นที่อาคารออกจากกัน หอพักแรงงานข้ามชาติต้องทำรูปแบบพักคนเดียว ห้องเดี่ยว และห้องน้ำเดี่ยว จันฉางฉวนระบุว่า หากหอพักอยู่ในสภาพที่แออัด ควรที่จะแบ่งแยกออก โดยก่อนหน้านี้สิงคโปร์เคยพบกับสถานการณ์การควบคุมหอพักแรงงานข้ามชาติทำได้อย่างไม่เหมาะสมตามควร ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติแออัดอยู่ในหอพัก เมื่อมีผู้ติดเชื้อโรคสถานการณ์การระบาดจึงเกิดเป็นการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก มีผลทางอ้อมให้เกิดการระบาดหนักอีกครั้งในสิงคโปร์

จันฉางเฉวียนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือไถต้ากล่าวในการจัดแถลงข่าววันนี้ (28 กรกฎาคม ) โดยเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการระบุว่าเขตพื้นที่ชุมชนของไต้หวันมีภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นจากผู้ป่วยที่ไม่มีอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้กล่าวแนะนำถึงงานด้านการป้องกันโรคของแรงงานข้ามชาติ อันประกอบด้วยหอพักควรกั้นแยกพักเดี่ยว การตรวจคัดกรองแบบทั่วทั้งหมดเป็นต้น ( ภาพ / สถาบันสาธารณสุขศาสตร์ไถต้า )

ความเป็นจริง ในเวลานั้นกรณีแรงงานข้ามชาติยืนยันติดโรคก่อให้เกิดการระบาดอย่างหนัก ได้รับการจับตามองภายในสังคมสิงคโปร์ เสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบแก้ไขสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยที่ย่ำแย่ของหอพักแรงงานข้ามชาติเป็นต้นนั้นเป็นเพียงประเด็นหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทยอยผุดขึ้นมาให้เห็นเช่นการพินิจพิเคราะห์ว่ามีการอาศัยแรงงานที่มาจากภายนอกมากเกินไปหรือไม่เป็นต้น

Tommy Koh เอกอัครราชทูตผู้แทนพิเศษของประเทศสิงคโปร์ เคยเป็นผู้ลงบทความผ่านทางเฟซบุ๊กจากเหตุการณ์เป็นคนแรกเมื่อเดือนเมษายน วิพากวิจารณ์อย่างหนักว่าการควบคุมดูแลหอพักแรงงานต่างชาติมีปัญหามากมาย เช่นหอพักคับแคบเหมือนปลาซาร์ดีนที่อัดกันอยู่ถึง 12 คน ไม่สะอาดและไร้ซึ่งเงื่อนไขด้านสุขอนามัย เสมือนลูกระเบิดจับเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา สิงคโปร์ปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติเหมือนดั่งประทศโลกที่ 3

แรงงานชาวไทยยืนยันติดโรค ( ภาพประกอบเรื่องไม่ใช่บุคคลจริงในเรื่อง / Shutterstock )

จากการใช้สิงคโปร์เป็นกระจกสะท้อน บางทีรัฐบาลไต้หวันอาจเสนอมาตรการรองรับที่ดีขึ้น ในด้านการป้องกันการติดโรคจากต่างประเทศที่ส่งผลต่อการระบาดในชุมชน และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยของแรงงานข้ามชาติ

Tags

Related Articles

Back to top button
Close