องค์กรแรงงานโวย เปิดนำเข้าแรงงานข้ามชาติงานก่อสร้างแบบมีเงื่อนไข สร้างจุดด่างต่อสิทธิมนุษยชนแรงงานข้ามชาติ

สื่อรายงานว่า เพื่อสนองรับปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศ ขณะนี้สภาบริหารไต้หวันอยู่ระหว่างการวิเคราะห์เปิดนำเข้าแรงงานข้ามชาติสำหรับการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์แบบมีเงื่อนไข เพื่อ “ลดต้นทุนก่อสร้าง หลีกเลี่ยงแรงกดดันจากราคาบ้านพุ่งสูง” อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวถูกฝ่ายแรงงานคัดค้าน วิจารณ์กระทรวงมหาดไทยและผู้ประกอบการก่อสร้างอ้างราคาบ้านพุ่งสูงมาจากการขาดแคลนแรงงานในประเทศ แต่กลับใช้วิธีการแก้ไขด้วยการกดค่าแรง เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานปฏิเสธขอเสนอที่ไม่สมเหตุผลของกระทรวงมหาดไทย

กระทรวงมหาดไทยได้เสนอแนะให้อาคารที่มีพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่ของฐานรวมแล้วมากกว่า 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งก็คือโครงการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยกับอาคารพาณิชย์มูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป สามารถยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงานข้ามชาติได้ หลังมีการปรับเปลี่ยนแล้วสามารถเพิ่มการนำเข้าแรงงานข้ามชาติได้ถึง 3000 คน โดยกระทรวงแรงงานจะทำการเปิดประชุมหารือต่อประเด็นที่นำเสนอกับหน่วยงานนโยบายแรงงานระหว่างประเทศในวันที่ 29 กันยายน ฮัวจิ้งฉวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศรุนแรง จำเป็นต้องมีแรงงานข้ามชาติมาช่วยเหลือมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้าง และสามารถลดแรงกดด้นจากราคาบ้านที่สูงขึ้นได้

แต่ฝ่ายแรงงานได้ออกแถลงข่าววิพากวิจารณ์อย่างหนักว่า การกระทำเช่นนี้ของกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงชัดเจนถึงการใช้ “การกดค่าแรง” กล่าวเป็นวิธีการลดต้นทุน ไม่เพียงแต่ไม่ถูกต้องตาม “หลักการเพิ่มเสริม” ของนโยบายแรงงานข้ามชาติ ทั้งยังละเมิดข้อกำหนด “ต้องทำการรับสมัครแรงงานในประเทศด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมก่อน” ตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 47ด้วย ส่วนการตั้งเป้าหมายล่วงหน้าต่องานที่เหมือนกันแต่ค่าแรงต่างกันนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการหมิ่นต่อการจ้างงาน ยิ่งจะเป็นการสร้างจุดด่างแก่สิทธิมนุษยชนแรงงานข้ามชาติของไต้หวันด้วย

ฝ่ายแรงงานระบุในแถลงข่าวว่า ปีพ.ศ. 2562 องค์กรส่วนกลางได้เคยระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาบ้านพุ่งสูงได้แก่ “การปั่นซื้อขายบ้านจองล่วงหน้า ภาษีอสังหาริมทรัพย์ต่ำเกินไป เป้าหมายการลงทุนในต่างประเทศไม่ดีจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก การลดอัตราภาษีมรดกและการให้ลงมาก ส่งผลให้ประชาชนโอนเงินทุนกลับประเทศและลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์” เป็นต้น โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากการแสวงหาผลกำไรตามระบบทุนนิยม แต่กระทรวงมหาดไทยกับผู้ประกอบการก่อสร้างกลับพยายามจะปั้นผู้รับเคราะห์มากที่สุดให้เป็นต้นตอหลักของปัญหาราคาบ้านพุ่งสูง เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อยิ่งนัก

ฝ่ายแรงงานระบุว่า ปัจจุบันนโยบายแรงงานข้ามชาติใช้หลักการเพิ่มเสริม ต้องทำการรับสมัครแรงงานในประเทศไม่สำเร็จก่อน อีกทั้งต้องเป็นรายการตามอุตสาหกรรมที่เปิดให้นำเข้าจึงจะสามารถว่าจ้างแรงงานข้ามชาติได้  ในส่วนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ปัจจุบันเปิดให้นำเข้าเพียง “โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาล” และ “โครงการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่” 2 รายการเท่านั้น รัฐบาลกลับเปิดกว้างรายการนำเข้าอยู่เสมอ การเปิดรายการนำเข้าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในครั้งนี้ เป็นการเปิดเพิ่มครั้งที่ 3ของปีนี้แล้ว แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานต่างๆของภาครัฐต่างให้ความร่วมมือกับฝ่ายนายจ้าง ทำการลดค่าแรงเพื่อสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจประกอบการของไต้หวัน

ฝ่ายแรงงานระบุว่า เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานในปี พ.ศ.2550 ก็ได้กำหนดให้กระทรวงแรงงานต้องจัดทำดัชนีเตือนด้านการจ้างงานแรงงานข้ามชาติ ควบคุมจำนวนรวมของการนำเข้าแรงงานข้ามชาติในแต่ละปี หากแต่ว่าเวลาผ่านไป 20 กว่าปีแล้ว นโยบายที่เกี่ยวข้องก็ยังคงว่างเปล่า ฝ่ายแรงงานย้ำว่า การเสนอแนะของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ นับเป็นรูปแบบเศรษฐกิจขูดเลือดจากการกดค่าแรงเพื่อลดต้นทุน ดังนั้นฝ่ายแรงงานจึงขอเรียกร้องย่างแรงกล้าให้กระทรวงแรงงานยึดถือจุดยืน ปฏิเสธการร้องขออย่างไร้เหตุผลของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้

Related Articles

Back to top button
Close