บทสัมภาษณ์/ “ให้มันจบที่รุ่นเรา” นักเรียนไทยในต่างแดนมองการประท้วง (ตอนแรก)

การชุมนุมประท้วงของเยาวชน นักศึกษาไทย เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมมาจนถึงวันนี้ เป็นเวลานานกว่าครึ่งปีที่พวกเขาออกมาชุมนุมต่อต้านการทำงานของรัฐบาล ภายใต้แฮชแท็ก“ให้มันจบที่รุ่นเรา” ทั้งนี้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมไปจนถึงมหาวิทยาลัย ได้รวมตัวกันออกมาชุมนุมต่อต้านอำนาจเผด็จการ นอกจากที่ประเทศไทยแล้ว นักเรียนไทยในต่างชาติหลายประเทศ รวมทั้งคนในวงการบันเทิง ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้เช่นกัน พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อวันนี้ แต่พวกเขาต่อสู่เพื่ออนาคตข้างหน้า “หนังสือพิมพ์สี่ฝั่ง”ได้สัมภาษณ์นักเรียนจากหลากหลายบริบท ถึงความคิดเห็นที่มีต่อการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ นักเรียนไทยที่เป็นลูกหลานของชนชั้นนำ รวมถึงนักเรียนที่เป็นลูกหลานของคนไต้หวันที่ไปทำงานในเมืองไทย

หากไม่ออกมาตอนนี้ อนาคตจะยากกว่านี้ถึงตัวจะอยู่ต่างแดน แต่ใจอยู่ที่ประเทศไทย

“กันต์” ศึกษาและทำงานอยู่ที่เมืองโคโลญ ซึ่งเมืองใหญ่อันดับสี่ของเยอรมนี จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถกลับไทยได้ แต่เขาก็ได้ให้ความสนใจและร่วมเดินขบวนกับนักเรียนไทยที่จัดการชุมนุมในต่างแดน กันต์กล่าวว่า “การชุมนุมประท้วงของประเทศไทยในปี 2563 มีความพิเศษมาก  กล่าวได้ว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีของการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่มีระบบการจัดการ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้กีดขวางการจราจรและไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายใดๆ วัตถุประสงค์หลักมีเพียงต้องการขับไล่รัฐบาลเผด็จการ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย” ทั้งนี้ เยาวชน นักศึกษาได้ชุมนุมประท้วงกันมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ชนวนที่ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาบนท้องถนนในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากคืนวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีคำสั่งสลายการชุมนุม โดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตาฉีดใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน นักศึกษาที่ไม่มีอาวุธใด

“กันต์” ศึกษาและทำงานอยู่ที่เมืองโคโลญ ซึ่งเมืองใหญ่อันดับสี่ของเยอรมนี จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถกลับไทยได้ แต่เขาก็ได้ให้ความสนใจและร่วมเดินขบวนกับนักเรียนไทยที่จัดการชุมนุมในต่างแดน ( ภาพซ้าย จากทวิตเตอร์/ ภาพขวา จากกันต์ )

“รถฉีดน้ำแรงดันสูง ไม่เพียงแต่มีน้ำเท่านั้น แต่ยังผสมสารเคมีที่เป็นพิษและสีเข้าไปด้วย จะให้แยกให้ออกว่าใครคือผู้ชุมนุม ใครคือเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สะดวกในการจับกุมผู้ชุมนุมนั่นเอง ”

กันต์เชื่อว่า เยาวชนนักศึกษาที่มาชุมนุมต่างมีวุฒิภาวะพอในการนึกคิด ไม่ได้โดดเรียนเพื่อไปเข้าร่วมการชุมนุม “ทุกคนใช้เวลาหลังเลิกเรียน ใช้สิทธิในการแสดงออก แสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิเสรีภาพในการพูด หากไม่ออกมาตอนนี้  คาดว่าสิทธิและเสรีภาพเหล่านี้อาจหมดไปในอนาคต”

(ภาพ / AP Images / Top Photo Group)

แม้ว่ากันต์และนักเรียนไทยคนอื่นๆที่เรียนอยู่ในยุโรปไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ แต่พวกเขาได้จัดตั้งแนวร่วมขบวนการนักศึกษาไทยในยุโรป โดยสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมนี(Thai Student Association in Germany) สมาคมนักเรียนไทยในฝรั่งเศส (Association of Thai Students in France)  สมาคมนักเรียนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ (Association of Thai Students in Switzerland) และสมาคมนักเรียนไทยในเบลเยียม (Thai Student Assembly in Belgium) ร่วมกันสนับสนุน และเตรียมจัดการเดินขบวนประท้วงตามจุดต่างๆของยุโรป เพื่อให้การชุมนุมประท้วงได้ออกดอกเบ่งบานไปทั่วทุกแห่ง

กันต์และเพื่อนของเขาซึ่งมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนการชุมนุมประท้วงของเยาวชนไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงเท่านั่น คนในครอบครัวและญาติพี่น้องของพวกเขา ก็ให้การสนับสนุนอีกทั้งยังเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้เช่นกัน จึงไม่ทำให้เกิดความเห็นต่างทางการเมืองในครอบครัว “อย่างไรก็ตาม พวกเราก็เต็มใจและพร้อมที่จะสื่อสารและพูดคุยกับกลุ่มคนที่ต่อต้านการชุมนุมประท้วงของนักศึกษา เพราะการพูดคุยกันถึงจะสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นและมีช่องว่างในการก้าวต่อไป”

 

Related Articles

Back to top button
Close