ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น แต่ไม่กล้าบอกใคร ! เมืองเหมียวลี่ : รับเรื่องดูแลช่วยเหลือ 4 กรณี

การประชุมสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 2 พ.ย. จางเข่อซิน ส.ส. เขตเหมียวลี่ รายงานปัญหาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเธอ เรื่องราวความรุนแรงในครอบครัวที่น่าเศร้าใจ
(ภาพประกอบเรื่อง / ไม่ใช่บุคคลจริง / ภาพPixabay)

วิกฤตโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของทุกประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวและชีวิตการแต่งงานด้วย การประชุมสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 2 พ.ย. จางเข่อซิน(張可欣) ส.ส. เขตเหมียวลี่ รายงานปัญหาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ เรื่องราวความรุนแรงในครอบครัวที่น่าเศร้าใจ

หนึ่งในนั้น มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รายหนึ่งที่แต่งงานมาอยู่ที่ไต้หวันเป็นเวลากว่า 1 ปีและหย่าร้างกันในภายหลัง เนื่องจากไม่มีบุตร และไม่เคยทำงานในไต้หวัน เธออยากกลับบ้านเกิดของตนแต่กลับไม่มีเครื่องบิน จึงทำให้ติดอยู่ในไต้หวัน เป็นสถานการณ์ที่จัดการได้ค่อนข้างลำบาก นอกจากนี้ยังมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่อีก 1 ราย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสามีติดสุราอย่างหนัก อีกทั้งยังบอกว่าที่เขาแต่งงานกับเธอ เพียงเพราะอยากหาคนมาช่วยดูแลครอบครัวของเขาแบบไม่ต้องเสียค่าจ้าง และเขาก็มักจะทำร้ายร่างกายเธออยู่บ่อยครั้ง แต่เธอกลัวจะไม่มีที่ให้อยู่อาศัย จึงได้แต่อดทนมาจนถึงทุกวันนี้

หยาง เหวิน จื้อ(楊文志) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคมชี้ว่า ปัจจุบันฝ่ายกิจการสังคมได้รับเรื่องในกรณีที่คล้ายกัน 4 กรณี ทางเทศบาลเหมียวลี่ได้ให้การดูแล สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของเทศบาลเหมียวลี่ ด้านการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่ประสบปัญหาครอบครัว หลังการประเมินจากนักสังคมสงเคราะห์ จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3 เดือนเพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

จางเข่อซินทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ไม่น้อยที่ประสบกับสถานการณ์คับขันและน่าเห็นใจ หากท้ายที่สุดแล้ว เพื่อการดำรงชีวิตทำให้ต้องไปทำงานผิดกฎหมายหรืองานพิเศษอื่นๆ  อาจก่อเกิดปัญหาอื่นๆตามมามากมายและส่งผลให้มีคนต้องเดือดร้อนเพิ่มขึ้น  อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงไร้วี่แววที่จะดีขึ้น เธอจึงเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเผชิญกับปัญหาอย่างจริงจัง

Related Articles

Back to top button
Close