HUST ได้รับรางวัลจากการพัฒนา“ภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ” แก้ปัญหาด้านภาษาแรงงานข้ามชาติ

HUST พัฒนาภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลคนในบ้านสามารถแก้ปัญหาด้านภาษาของแรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้อนุบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันด้านนวัตกรรม ในกลุ่มความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัย (ภาพจาก / HUST)

ไต้หวันกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 63 เผยว่า ไต้หวันมีผู้อนุบาลที่เป็นแรงานข้ามชาติมากกว่า  250,000 คน แต่อุปสรรคด้านภาษาอาจทำให้คุณภาพในการดูแลลดลง  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิวผิง (Hsiuping University of Science and Technology, HUST) ภาควิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการได้วิจัยพัฒนา “ระบบช่วยเหลือภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลคนในบ้าน 2.0”  โดยใช้ข้อมูลเบื้องต้นและระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านภาษาและการสื่อสารของแรงงานข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้งานได้จริง ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันในกลุ่มความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัย จากการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระดับอุดมศึกษา ด้านนวัตกรรมการบริการ ครั้งที่ 25 ( International ICT Innovative Services Awards )

การประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระดับอุดมศึกษา ด้านนวัตกรรมการบริการ จัดขึ้นโดยกรมอุตสาหกรรมกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสมาคมการจัดการข้อมูลสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) (Chinese Association of Information Management , CSIM) เป็นการแข่งขันภายในประเทศที่สถาบันระดับอุดมศึกษาภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วไต้หวันให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิวผิง (HUST) นำโดยอาจารย์เฉิงอวี่ฝาน(程裕繁) อาจารย์หยวนอี้เฉียง(袁亦強) และทีมนักศึกษา ได้วิจัยและพัฒนา “ระบบช่วยเหลือภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลคนในบ้าน 2.0” อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี ผลงานโดดเด่นทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในกลุ่มความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัย(PR2) คณะครูและนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยต่างร่วมยินดีในความสำเร็จครั้งนี้

เฉิงอวี่ฝาน(程裕繁) อาจารย์ภาควิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการกล่าวว่า สังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึง ทำให้เกิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวมากขึ้น แต่ด้วยความที่คนไต้หวันให้ความสำคัญกับความรักในครอบครัว ประชากรส่วนใหญ่จึงมักใช้วิธีว่าจ้างผู้อนุบาลให้มาดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ที่บ้าน ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน (ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 63) ชี้ว่า ไต้หวันมีแรงงานข้ามชาติตำแหน่งผู้อนุบาลที่ดูแลผู้สูงอายุประมาณ 254,000 คน

HUST พัฒนาภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลคนในบ้านสามารถแก้ปัญหาด้านภาษาของแรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้อนุบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันด้านนวัตกรรม ในกลุ่มความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับมหาวิทยาลัย (ภาพจาก / HUST)

จากข้อมูลพบว่า เหตุผลหลักที่คนไต้หวันพึ่งพาผู้อนุบาลข้ามชาติ เนื่องจากค่าแรงต่ำและเชื่อฟังสูง แต่ในทางตรงกันข้ามก็จะพบกับปัญหาด้านภาษาการสื่อสาร และอาจมีปัญหาการหลบหนี ซึ่งอุปสรรคทางภาษาอาจทำให้คุณภาพในการดูแลผู้สูงอายุลดลง ตัวอย่างที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือ หากที่บ้านมีเพียงผู้อนุบาลข้ามชาติและผู้รับการดูแล ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจไม่สามารถเรียกรถพยาบาลหรือแจ้งตำรวจได้อย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งตัวอย่าง เมื่อผู้อนุบาลข้ามชาติพาผู้สูงอายุออกไปเดินเล่น หากพบสถานการณ์ฉุกเฉินเช่น ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายกะทันหัน รถเข็นเกิดปัญหาขัดข้อง หรือนึกขึ้นได้ว่าลืมปิดแก๊ส อาจไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้สัญจรไปมาได้ทันที หากผู้ได้รับการดูแลไม่มีบุตร หรือบุตรทำงานหนักไม่สามารถมาดูแลได้ ในกรณีที่มีเพียงผู้อนุบาลข้ามชาติคอยดูแลลำพัง อาจทำให้เกิดปัญหาการพาไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที

อาจารย์เฉิงอวี่ฝาน(程裕繁)ชี้ว่า ผู้อนุบาลข้ามชาติเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในสังคมผู้สูงอายุ แต่ปัญหาที่มีอยู่ก็เป็นความจริง จากมุมมองดังกล่าว ทำให้อาจารย์และนักศึกษาประกอบไปด้วย หงกว๋อซู(洪國書) หลินหย่งอี๋ (林永沂) เฉินโย่วฉี(陳又齊)เลี่ยวหย่งเจี๋ย(廖勇傑) หลี่ก้วนอิ่ง(李冠穎) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิวผิง (HUST) ร่วมกันพัฒนา“ระบบช่วยเหลือภาษาอัจฉริยะสำหรับการดูแลคนในบ้าน 2.0” โดยการออกแบบข้อมูลเบื้องต้นและใช้ข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์ แก้ปัญหาด้านการสื่อสารของผู้อนุบาลข้ามชาติ เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Articles

Back to top button
Close