อย่าเอาเปรียบ รง.ข้ามชาติเพื่อลดต้นทุนให้นายทุน กลุ่มแรงงานเรียกร้อง “รง.ข้ามชาติ ทำงานเท่ากันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน”

สมาคมแรงงานสากลไต้หวัน (TIWA) สนับสนุนประเด็น “แรงงานข้ามชาติ ทำงานเท่ากันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน” “เงินบำเหน็จรับครั้งเดียวเมื่อกลับประเทศ” เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญสถานการณ์แรงงานข้ามชาติ (ภาพ / เฟสบุ๊กสมาคมแรงงานสากลไต้หวัน TIWA)

การประท้วงช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 ดึงดูดผู้คนเข้าร่วมกว่า 5 หมื่นราย ประเด็นการประท้วงในปีนี้ มีตั้งแต่การต่อต้านนำเข้าเนื้อหมูที่ผสมสารเร่งเนื้อแดง ต่อต้านสองมาตรฐาน สำหรับการประท้วงในประเด็นของแรงงานข้ามชาติ สมาคมแรงงานสากลไต้หวัน (TIWA)ได้สนับสนุนประเด็น“แรงงานข้ามชาติ ทำงานเท่ากันควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน” “เงินบำเหน็จรับครั้งเดียวเมื่อกลับประเทศ” เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญสถานการณ์แรงงานข้ามชาติ

แรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในไต้หวัน สามารถแบ่งออกเป็นแรงงานข้ามชาติภาคสวัสดิการสังคม และแรงงานข้ามชาติภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้แรงงานข้ามชาติภาคอุตสาหกรรมได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ได้รับค่าแรงขั้นต่ำเฉกเช่นคนไต้หวัน และค่าแรงจะถูกปรับขึ้นตามกฎหมายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่แรงงานในภาคสวัสดิการ ซึ่งทำงานเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากลักษณะงานมีความพิเศษ และเมื่อพิจารณาภาระทางการเงินของนายจ้างแล้ว ผู้อนุบาลต่างชาติจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 17000 TWD ค่าแรงที่ได้รับจริง หรือระยะการเวลาทำงาน จะเป็นไปตามข้อตกลงตามสัญญาระหว่างนายจ้างและแรงงาน

หลายปีที่ผ่านมา กลุ่มแรงงานงานจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ด้านเงินเดือนขั้นต่ำของแรงงานภาคสวัสดิการสังคมน้อยเกินไป อีกทั้งค่าแรงขั้นต่ำไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ทำให้ตลอดหลายปีมานี้ พวกเขาไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำของไต้หวัน ซึ่งเป็นผลให้ช่องว่างเงินเดือนระหว่างแรงงานไต้หวัน แรงงานข้ามชาติภาคอุตสาหกรรม และแรงงานภาคสวัสดิการค่อยๆกว้างขึ้น ที่ผ่านมา ประเทศอินโดนีเซียที่ส่งออกแรงงานข้ามชาติภาคสวัสดิการสังคมมาไต้หวันมาที่สุด เคยเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันปรับเงินเดือน แต่ไร้ข้อสรุปหลังการเจรจา

แม้ว่ากฎหมายมาตรฐานแรงงานจะมีผลบังคับใช้กับแรงงานข้ามชาติภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับเงินเดือนขั้นต่ำตามกฎหมาย แต่ระดับของเงินเดือนประจำและเงินเดือนเฉลี่ยยังคงอยู่ห่างจากแรงงานไต้หวันมาก อีกทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงานค่อนข้างแย่ และยังต้องแบกรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน เนื่องจากไม่ใช่พลเมืองไต้หวัน จึงเป็นเรื่องยากที่แรงงานข้ามชาติจะแสดงความคิดเห็น และไม่มีสิทธิ์หรือส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเอง ประกอบกับชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ค่าแรงถูก รายได้น้อย จึงทำให้พวกเขาไม่มีเวลา ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรวมตัวต่อต้านสภาพแวดล้อมการทำงานที่โหดร้าย

สมาคมแรงงานสากลไต้หวัน (TIWA)วิจารณ์ว่า “ในช่วงเวลา 31 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล ต่างไม่เคยมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์ของแรงงานข้ามชาติ แรงงานยังคงถูกเอาเปรียบจากระบบบริษัทจัดหางาน ค่าบริการจัดหางานอัตราสูง ไม่มีอิสระในการเปลี่ยนนางจ้าง ผู้อนุบาลไม่ได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยแรงงาน มีการจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวัน ขาดสิทธิความเป็นพลเมือง”

สมาคม TIWA ชี้ว่า รัฐบาลลดทอนคุณภาพชีวิตในการทำงานของแรงงานข้ามชาติ และใช้เหตุผล”ขาดแคลนแรงงาน” นำเข้าแรงงานข้ามชาติเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรให้กับนายทุน  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้อาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ทั่วไป สามารถนำเข้าแรงงานข้ามชาติภาคการก่อสร้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยกล่าวว่า “นำเข้าแรงงานข้ามชาติ สามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เมื่อต้นทุนลดลง ก็จะช่วยลดปัญหาราคาบ้านแพงขึ้น” คำพูดดังกล่าวถูกกลุ่มแรงงานวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นข้อเสนอที่คำนึงถึงประโยชน์ด้านก่อสร้าง สมาคมTIWA ยังชี้ให้เห็นว่า สำหรับรัฐบาลแล้ว ไต้หวันไม่ขาดแคลนแรงงาน แต่ขาดแคลน “แรงงานราคาถูก”

สมาคม TIWA ชี้ว่า 30 ปีที่แล้ว แรงงานข้ามชาติถูกนำเข้าเพื่อ “เสริมกำลังแรงงาน”  ช่วงเวลานั้น รัฐบาลสัญญาว่าจะค่อยๆปรับปรุงสภาพแวดล้อมการจ้างงาน แต่พอเวลาผ่านไปกลับไม่เป็นอย่างที่กล่าว อีกทั้งยังใช้ระบบลดทอนคุณภาพชีวิตในการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ทำให้กลายเป็นแรงงานราคาถูก หลังจากนั้นใช้การ“ลดต้นทุน”เป็นเหตุผลในการนำเข้าแรงงาน

การนำเข้าแรงงานข้ามชาติควรมีจุดประสงค์เพื่อ “แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน” หรือ “เสริมกำลังแรงงาน” แต่ความไม่เท่าเทียมด้านค่าแรงระหว่างแรงงานข้ามชาติและแรงงานไต้หวัน ที่ทำงานเท่ากันแต่กลับได้ค่าแรงไม่เท่ากัน ทำให้จุดประสงค์การนำเข้าแรงงานกลายเป็น”การลดต้นทุนให้นายจ้างและนายทุน” เมื่อเกิดแรงงานราคาถูก ทำให้โอกาสการหางานทำของแรงงานไต้หวันลดลง อีกทั้งทำให้คุณภาพชีวิตการทำงานของไต้หวันหยุดนิ่ง ไม่พัฒนา ไม่เป็นผลดีต่อทั้งแรงงานไต้หวันและแรงงานข้ามชาติ

Related Articles

Back to top button
Close