ผู้อนุบาลต่างชาติมีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ แต่กลับถูกใช้ให้เฝ้าร้าน นิวไทเปมีข้อพิพาทด้านแรงงานกว่า 3,000 คดี

ในปี 2020 นครเถาหยวน นครไทจง และนครนิวไทเป เป็นสามเมืองอันดับแรกที่มีแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่มากที่สุดในไต้หวัน ในส่วนของนครนิวไทเป ถึงแม้ปีที่ผ่านมาจะเจอวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนแรงงานที่เข้ามาทำงานในไต้หวัน แต่ตลอดทั้งปีก็มีข้อพิพาทด้านแรงงานระหว่างนายจ้างและแรงงานกว่า 3256 คดี ซึ่งไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ข้อมูลจากกองแรงงานงานชี้ว่า กรณีขัดแย้งมากที่สุดคือเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าจ้าง ประการที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้อนุบาลไม่พอใจปฏิกิริยาและคำดุด่าที่นายจ้างปฏิบัติต่อตน นอกจากนี้ยังมีกรณีไม่น้อยที่ผู้อนุบาลซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ดูแลผู้สูงอายุ กลับถูกใช้ให้ซักผ้า ทำอาหาร และเฝ้าร้านให้นายจ้างด้วย

ตามข้อมูลของกองแรงงานที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ในเขตพื้นที่นครนิวไทเปมีแรงงานทำงานอยู่จำนวน 96,094 คน ซึ่งมากเป็นอันดับสามของไต้หวัน โดยแรงงานข้ามชาติที่ทำงานภาคการผลิตคิดเป็น 56.3%  ส่วนแรงงานที่ทำงานในภาคสวัสดิการสังคมคิดเป็น 43.7% ทั้งนี้ ปีที่แล้วมีกรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและแรงงานจำนวน 3,256 คดี โดยข้อพิพากอันดับแรกคือข้อพิพาทเกี่ยวกับค้าจ้าง อันดับที่สองคือปัญหาการบริหารชีวิตการทำงานและความเป็นอยู่ อันดับสุดท้ายคือการมอบหมายให้ทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตรวมถึงการยุติสัญญาและเปลี่ยนนายจ้างใหม่

ในส่วนของข้อพิพาทเรื่องค่าจ้าง กองแรงงานกล่าวว่า หากแรงงานข้ามชาติพบเจอปัญหาดังกล่าว สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองแรงงาน กรณีที่กองแรงงานได้เรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย แต่นายจ้างไม่ได้ปฏิบัติตามในระยะเวลาที่กำหนด นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานข้ามชาติในครัวเรือนถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตรา 57 ข้อ 9 ต้องระวางโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนายจ้างผู้ว่าจ้างแรงงานภาคการผลิต เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายมาตรฐานแรงงานมาตรา 22 ข้อ 2 ต้องระวางโทษปรับสูงสุด 1,000,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อปีที่แล้วกองแรงงานได้รับเรื่องข้อพิพาทด้านแรงงานข้ามชาติทั้งหมด 3256 คดี และได้จัดประชุมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทขึ้นถึง 545 ครั้ง สามารถช่วยแรงงานข้ามชาติทวงเงินสิทธิประโยชน์คืนได้ถึง 17.57 ล้านเหรียญไต้หวัน

สำหรับข้อพิพาทที่กองแรงงานที่ช่วยไกล่เกลี่ย มีแรงงานในภาคการผลิตสัญชาติฟิลิปปินส์ นามเสี่ยวเหม่ย(นามสมมุติ)ได้ร้องเรียกนายจ้างว่า เธอไม่เพียงถูกขอให้ทำงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และถูกใช้ให้ทำงานในวันหยุดราชการ ไม่ได้ตอกบัตรทำงานตามเวลาจริง จ่ายค่าทำงานล่วงเวลาให้ไม่ครบ อีกทั้งยังถูกใช้ให้ไปทำความสะอาดที่บ้านนายจ้าง เธอจึงต้องการยุติสัญญาและเปลี่ยนนายจ้างใหม่ ภายหลังกองแรงงานได้ช่วยทำการไกล่เกลี่ย ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาให้ครบจำนวน และเสี่ยวเหมยก็สามารถเปลี่ยนนายจ้างใหม่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

Related Articles

Back to top button
Close