ดึงดูดชาวต่างชาติมากฝีมืออยู่ต่อไต้หวัน เปิดให้ผู้มีทักษะฝีมือสามารถทำงานในไต้หวันได้ต่อไป

[บทความ / สำนักข่าวCNA] นายกวอกว๋อเหวิน (郭國文) ส.ส.จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือพรรคดีพีพีตั้งข้อซักถามในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 23 มี.ค. กล่าว่า  สำหรับวิกฤตมีลูกน้อยลง นอกจากกระตุ้นอัตราการเกิดแล้ว แรงงานข้ามชาติก็เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรได้ด้วยเช่นกัน นายกรัฐมนตรีซูเจิ้นชาง (蘇貞昌) กล่าวว่า รัฐบาลได้ขยายมาตรการดึงดูดให้ผู้มีทักษะฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปออกเป็น 3 ด้าน ซึ่งได้แก่การนำเข้าบุคลากรผู้มีทักษะฝีมือรายใหม่ ให้ผู้มีทักษะฝีมือสามารถทำงานในไต้หวันได้ต่อไป รวมไปถึงการขยายแหล่งที่มาของการจ้างแรงงานข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. สภานิติบัญญัติมีข้อซักถามต่อการรายงานการบริหารประเทศของ นรม. ซูเจินชาง  โดยนายกวอกว๋อเหวิน (郭國文) ส.ส.พรรคดีพีพีกล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้รับมือกับปัญหาอัตราการเกิดที่น้อยลงในประเทศญี่ปุ่น โดยเคยกำหนดแผนรักษาจำนวนประชากรให้อยู่ในระดับ 100 ล้านคน ซึ่งทางสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันคาดการณ์ว่า ประชากรของไต้หวันอาจเหลือน้อยกว่า 20 ล้านในปี ค.ศ. 2050 เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำกำหนดมาตรการรักษาจำนวนประชากรตามแผนของญี่ปุ่น

นรม. ซูเจินชางกล่าวว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินเป็นรัฐบาล ได้ออกนโยบายต่างๆเพื่อช่วยคู่รักหนุ่มสาวเลี้ยงดูบุตรอย่างเต็มที่ ให้คนหนุ่มสาวกล้าแต่งงานและมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ซึ่งรวมถึงการเพิ่มเงินอุดหนุนช่วยเหลือ และการปรับปรุงระบบการดูเด็กชั้นอนุบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็กให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

นายกวอกว๋อเหวินชี้ว่า นอกจากส่งเสริมกระตุ้นอัตราการเกิดแล้ว การนำเข้าประชากรจากภายนอกก็ถือเป็นอีกหนึ่งในการเพิ่มการเจริญเติบโตของจำนวนประชากรได้เช่นกัน ไต้หวันมีจำนวนแรงงานข้ามชาติในภาคอุตสาหกรรมและในครัวเรือนรวมกันแล้วมากกว่า 700,000 คน กุญแจสำคัญของการนำเข้าประชากร คือทำอย่างไรให้แรงงานผู้มีทักษะฝีมือที่ปรับตัวในสังคมไต้หวันและยอมรับค่านิยมของไต้หวัน สามารถอยู่ทำงานและพำนักในไต้หวันต่อไปได้

นรม. ซูเจินชางชี้ว่า รัฐบาลได้ขยายมาตรการดึงดูดผู้มีทักษะฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ออกเป็น 3 ด้าน อย่างแรกคือนำเข้าบุคลากรผู้มีทักษะฝีมือรายใหม่ อย่างที่2 คือ ให้ผู้มีทักษะฝีมือสามารถทำงานในไต้หวันได้ต่อไป และอย่างสุดท้ายการขยายแหล่งที่มาของการจ้างแรงงานข้ามชาติ

นายกวอกว๋อเหวินได้ถามเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจำนวนนักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเลที่กำลังศึกษาในไต้หวันมีมากกว่า 50,000 คน ญี่ปุ่นเริ่มมีท่าทีที่ผ่อนคลายต่อนักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าไต้หวันไม่มีมาตรการที่เป็นมิตรเท่าที่ควร เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาเหล่านี้จะมีโอกาสทำงานในไต้หวันที่มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการชดเชยภาวะขาดแคลนแรงงานในไต้หวันได้ด้วย

นายก่งหมิงซิน (龔明鑫)ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติกล่าวว่า แต่เดิมก็ได้เปิดให้พวกเขาทำงานในไต้หวันอยู่แล้ว นักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเลที่สมัครขอทำงานในไต้หวัน 80% ขึ้นไปล้วนผ่านเกณฑ์การให้คะแนนขอใบอนุญาตทำงานในไต้หวัน ปัจจุบันโดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละปีมีนักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเลจบการศึกษามากกว่า 10,000 คน ซึ่งเกือบครึ่งต่างเลือกที่จะทำงานต่อในไต้หวัน ทั้งนี้ในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตที่กว้างขึ้น โดยเริ่มเปิดรับนักเรียนเข้ามาศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายในไต้หวัน โดยหวังว่าพวกเขาจะมีโอกาสเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในไต้หวัน และเลือกพำนักในไต้หวัน

นายก่งหมิงซินกล่าวว่า สำหรับผู้ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในไต้หวัน เลือกที่จะพำนักในไต้หวัน มีเข้าใจและยอมรับสังคมนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะทำงานหรือแต่งงานในไต้หวัน ต่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

Related Articles

Back to top button
Close