บทสัมภาษณ์ / กิจกรรมทางศาสนาภายใต้การแพร่ระบาดเป็นอย่างไร? เพื่อนต่างชาติแชร์วิธีรับมือ

โบสถ์คาทอลิกคริสโตเฟอร์ (St. Christopher’s Church)ในเขตจงซาน  เป็นสถานที่พบปะของศาสนิกชนที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นักเรียนต่างชาติ และแรงงานข้ามชาติมาเป็นเวลาหลายปี (ที่มารูปภาพ :โบสถ์คาทอลิกคริสโตเฟอร์)

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดไต้หวัน (CECC) ประกาศ ขยายเวลาการแจ้งเถือนมาตรการป้องกันโรคโควิดระดับ 3 ออกไปจนถึงวันที่ 14 มิ.ย. กระทรวงมหาดไทย ไต้หวัน ระบุว่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่ขยายเป็นวงกว้าง ได้ยืดเวลาปิดศาสนสถานทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงห้ามจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกเมืองจนถึงวันที่ 14 มิ.ย.  ทีมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สี่ฝั่งจึงได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มศาสนาในไต้หวัน ว่ามีวิธีการรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด เพื่อดูแลศาสนิกชนที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานข้ามชาติอย่างไร

โบสถ์คาทอลิกคริสโตเฟอร์ (St. Christopher’s Church)ในเขตจงซาน เป็นสถานที่พบปะของศาสนิกชนที่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นักเรียนต่างชาติ และแรงงานข้ามชาติมาเป็นเวลาหลายปี หลังจากไต้หวันเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คุณพ่อจอห์น เธียต(John thiet) บาทหลวงของโบสถ์คาทอลิกคริสโตเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของหนังสือพิมพ์สี่ฝั่ง โดยกล่าวว่า โบสถ์คาทอลิกได้ปฏิบัติตามระเบียบมาตรการป้องกันของรัฐบาลโดยเลื่อนการจัดกิจกรรมที่ต้องรวมตัวออกไปทั้งหมด “ถ้าเป็นกิจกรรมที่เลื่อนไม่ได้ เราจะใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ถ่ายทอดสดออนไลน์” คุณพ่อจอห์นกล่าวว่าทางโบสถ์ได้เปิดเพจเฟสบุ๊ค เพื่อให้บริการดูแลศาสนิกชนชาวคาทอลิก แรงงานข้ามชาติ และกลุ่มนักเรียนต่างชาติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ปรึกษาออนไลน์ในการไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานข้ามชาติ “ไม่ว่าพวกเขาจะมีความกังวล ข้อสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ พวกเขาสามารถส่งข้อความถึงเรา” ซึ่งคุณพ่อจอห์นได้กล่าวว่า การดำเนินการในระบบออนไลน์ของโบสถ์คาทอลิกในปัจจุบันเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนคุณลี (เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ให้สัมภาษณ์ จึงขอใช้นามสกุลภาษาจีน) ชาวคริสเตียนที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งโดยปกติมักจะเดินทางไปโบสถ์ขนมปังศักดิ์สิทธิ์ไทเป (Bread of Life Christian Church in Taipei) เป็นหลัก ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เนื่องจากปีนี้เกิดการแพร่ระบาดรุนแรง ทางโบสถ์ได้เปลี่ยนกิจกรรมทั้งหมดเป็นออนไลน์ พวกเราทุกคนต่างใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโบสถ์ในโลกออนไลน์ อันที่จริงข้อดีของการรวมกลุ่มออนไลน์ทำให้มีเพื่อนๆมาเข้าร่วมกันมากขึ้น ปัจจุบันทางโบสถ์ก็มีการควบคุมที่เข้มงวดเช่นกัน หากมีความจำเป็นต้องมาทำธุระที่โบสถ์ ก็ต้องลงทะเบียนชื่อ-สกุลจริงยืนยันตัวตนและวัดอุณหภูมิร่างกาย ในวันอาทิตย์จะมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 5 คนดูแลการถ่ายทอดสดกิจกรรมทางศาสนาออนไลน์ ไม่สะดวกนักแต่ต้องให้ความร่วมมือกับกฎระเบียบภาครัฐ โดยหวังว่าสถานการณ์โรคโควิดในไต้หวันจะดีขึ้นโดยเร็ว”

ในส่วนของมัสยิดไทเปซึ่งยังไม่เปิดให้เข้าเช่นกัน นอกจากได้โพสต์พระคัมภีร์และปาฐกถาบนเฟสบุ๊คให้กับศาสนิกชนมุสลิม  ยังได้เตือนให้ทุกคนอย่าลืมละหมาดและต้องป้องกันโรคโควิด หมั่นล้างมือและใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา  สำหรับชาวมุสลิมที่มีความสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่แฟนเพจเฟสบุ๊ค

นอกจากศาสนิกชนในภาคเหนือแล้ว ทางทีมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สี่ฝั่งยังได้สัมภาษณ์บาทหลวงเฉินสูเจิน (陳淑貞) จากโบสถ์ลูเทอแรนหม่านโจวในเมืองผิงตง(屏東滿洲信義會) ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเป็นโบสถ์ที่ได้รับความนิยมจากเพื่อนๆผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวฟิลิปปินส์ในพื้นที่ บาทหลวงเฉินสูเจินกล่าวว่า ปัจจุบันใช้ระบบออนไลน์ในการรวมกลุ่มพบปะและทำพิธีนมัสการพระเจ้า เธอกล่าวว่า “ในกลุ่มคนที่เราให้บริการ มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวฟิลิปปินส์อยู่กลุ่มหนึ่ง พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนมีบัตรประชาชนไต้หวัน โดยปกติช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พวกเขาจะไปที่โบสถ์เหิงชุนเข้าร่วมนมัสการพระเข้ากับกลุ่มพี่น้องฟิลิปปินส์ ส่วนช่วงระหว่างสัปดาห์ พวกเขาจะมาที่โบสถ์ลูเทอแรนหม่านโจวเพื่อศึกษาพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษและเข้าร่วมการอธิษฐาน ในช่วงการแพร่ระบาดที่ได้ยกระดับมาตรการป้องกันระดับ 3 กิจกรรมทางศาสนาที่โบสถ์เหิงชุนก็ต้องหยุดลงชั่วคราว ส่วนการอ่านพระคัมภีร์และการอธิฐานภาวนา ก็ได้เปลี่ยนเป็นออนไลน์แทน”

ไม่ว่าศาสนาใด หรือจะตั้งอยู่ ณ ที่แห่งใดก็ตาม ล้วนมีความหวังให้ศาสนิกชนภายใต้ศาสนาของตนรู้สึกปลอดภัยสบายใจ และอยู่บ้านเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดในไต้หวัน ทั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ห้ามจัดกิจกรรมการรวมกลุ่มทางศาสนาชั่วคราว ศาสนสถานต่างๆไม่ว่าจะเป็น วัด ศาลเจ้า โบสถ์ และสถานที่ทางศาสนาอื่นๆ ปิดให้บริการชั่วคราว ทั้งนี้หากใช้ระบบยืนยันตัวตน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รักษาระยะห่างทางสังคม ห้ามรับประทานอาหาร ต้องฆ่าเชื้อทำความสะอาดอยู่เสมอและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประชาชนยังคงสามารถจุดธูปบูชา กราบไหว้ในที่โล่งของอาคารโบสถ์ในกรณีที่ไม่เกิดการชุมนุมรวมกลุ่มและมีการรักษาระยะที่เหมาะสม [นักข่าวไล่เจิ้งหลิน / รายงานทั่วไป]

แจ้งให้ทราบ :
ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดไต้หวัน (CECC) ยังคงเพิ่มความเข้างวดมาตรการควบคุมป้องกันโรคและเฝ้าระวังคุมเข้มชายแดนอย่างเคร่งครัด ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หากมีอาการเป็นไข้ ไอหรือมีอาการไม่สบายอื่นๆ โปรดโทรแจ้งสายด่วนควบคุมโรค “1922” หรือ “ 0800-001922” ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำสวมหน้ากากอนามัยและรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยแจ้งประวัติการเดินทาง และประวัติการสัมผัสโดยละเอียด เพื่อสะดวกในการวินิจฉัยและสามารถรายงานได้อย่างทันท่วงที

Related Articles

Back to top button
Close