กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมแนะผ่อนคลายข้อจำกัด 2 ข้อ ลดอุปสรรคนำเข้าวัคซีน

เมื่อวันที่ 31 .. หลินป๋อฟง(林伯豐) ประธานสมาคมส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมไต้หวันกล่าวว่า ทางสมาคมและไต้หวันกลาสกรุ๊ป(台玻) มีความยินดีที่จะซื้อวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้กับประชาชนในไต้หวันเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยปกติ ทั้งนี้ สำหรับการนำเข้าวัคซีนของภาคเอกชน ได้แนะนำให้รัฐบาลผ่อนคลายข้อจำกัด 2 ข้อ เพื่อลดอุปสรรคการนำเข้า (ที่มารูปภาพ:ภาพประกอบเรื่อง ถ่ายภาพโดยนักข่าวเหยียนเจินเจิน เมื่อวันที่ 19 .. ปี 2020 )

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการเติบโตในภาคเศรษฐกิจอีกด้วย และหากการแพร่ระบาดยังคงลุกลามต่อเนื่อง สายผลิตต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน อุตสาหกรรมทั่วโลกอาจเผชิญกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา หลินป๋อฟง(林伯豐) ประธานสมาคมส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมไต้หวัน(Chinese National Association of Industry and Commerce, Taiwan – CNAIC)กล่าวว่า ทางสมาคมและไต้หวันกลาสกรุ๊ป(Taiwan Glass Group) มีความยินดีที่จะซื้อวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้กับสถาบันการแพทย์และประชาชนในไต้หวัน เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยปกติ ทั้งนี้ เพื่อลดอุปสรรคการนำเข้าวัคซีนของภาคเอกชน จึงได้แนะนำให้รัฐบาลผ่อนคลายข้อจำกัดด้าน “รัฐบาลทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนจากโรงงานผลิต” และ “รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการแจกจ่ายวัคซีน”

หลินป๋อฟง(林伯豐) ประธานสมาคมส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมไต้หวันชี้ว่า การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุมการแพร่ระบาดในปัจจุบัน แต่อัตราการการฉีดวัคซีนในไต้หวันมีเพียง 1.6% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าการยอมรับจากนานาชาติและไม่สามารถตอบรับความต้องการของผู้คนในประเทศ เพื่อลดผลกระทบระหว่างเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมของไต้หวัน กลุ่มอุตสาหกรรมหวังว่าจะสามารถสั่งซื้อวัคซีนทางเลือกที่หลากหลาย  เพื่อลดแรงกดดันและแบ่งเบาภาระการสั่งซื้อวัคซีนของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ก็เพื่อลดการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างสิ้นเปลือง ให้ไต้หวันยังคงสามารถรักษาศักยภาพในการแข่งขันไว้ได้ต่อไป กลายเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

ด้านการแพร่ระบาด  หลินป๋อฟงกล่าวว่า ก่อนอื่นกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสำหรับการทำงานหนักในช่วงเวลานี้ และขอขอบคุณเฉินสือจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการที่แสดงการสนับสนุนการขอสั่งซื้อวัคซีนของภาคธุรกิจเอกชน อีกทั้งยังระบุว่าจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น สือบเนื่องจากเมื่อวานนี้(30 พ.ค.) ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทะลุร้อยคนแล้ว ดังนั้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเข้าวัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมมีคำแนะนำดังนี้:

1.วัคซีนนำเข้าของภาคเอกชน เพื่อให้มั่นใจและลดความเสี่ยงการฉีดวัคซีนและความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของวัคซีน ทางเราตกลงจะดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับของภาครัฐ ทั้งนี้รัฐบาล(กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน)ควรย่นระยะเวลาการยื่นเรื่องและขั้นตอนการตรวจสอบพร้อมทั้งส่งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อความรวดเร็วในการนำเข้าวัคซีน เพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศ

  1. สำหรับการนำเข้าวัคซีนของภาคเอกชน รัฐบาลควรผ่อนคลายข้อจำกัดด้าน “รัฐบาลทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนจากโรงงานผลิต” และ “รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการแจกจ่ายวัคซีน” เพื่อลดอุปสรรคในการนำเข้าที่อาจเกิดขึ้น
  2. การนำเข้าวัคซีน นอกจากส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริจาควัคซีนบางส่วนให้แก่บบุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า ตำรวจ และกลุ่มเปราะบางแล้ว พนักงานในภาคธุรกิจควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเป็นอันดับต้นๆ เพื่อป้องกันความปลอดภัยในสายการผลิต หลีกเลี่ยงการติดเชื้อในสายการผลิตที่อาจนำไปสู่วิกฤตห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก

4.เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์การแพร่ระบาด แม้ว่าทุกภาคส่วนต่างหวังว่ารัฐบาลจะไม่ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนมาตรการป้องกันโรคโควิดเป็นระดับ 4 โดยง่าย ซึ่งจะนำไปสู่การหยุดงาน หยุดเรียนทั้งระบบ แต่รัฐบาลต้องวางแผนซ้อมรับมือในกรณีเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่แย่ลงโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องประกาศมาตรการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล่วงหน้า เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถตอบสนองได้อย่างเหมาะสมล่วงหน้า

  1. สุดท้ายขอแนะนำให้รัฐบาลใช้วิธีการฝึกอบรมระยะสั้น รับสมัครพยาบาลในสถานประกอบการหรือนักเรียนโรงเรียนพยาบาลเพื่อรับการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น และออกใบอนุญาตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการควบคุมป้องกันโรค เสริมกำลังคน เพิ่มทรัพยากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

หลินป๋อฟงชี้ว่า ทุกฝ่ายต่างทราบดีว่าการแพร่ระบาดในครั้งนี้เป็นบททดสอบว่าพวกเราจะสามารถแสดงความยืดหยุ่นและอิทธิพลของภาคอุตสาหกรรมได้หรือไม่ และยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมของไต้หวันสามารถรักษาตำแหน่งสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้หรือไม่ ซึ่งวัคซีนเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดความเร็วของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างๆ ดังนั้น พวกเราจึงหวังว่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการ “ช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น” รักษาเสถียรภาพการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและโมเมนตัมของอุตสาหกรรม

แจ้งให้ทราบ :
ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดไต้หวัน (CECC) ยังคงเพิ่มความเข้างวดมาตรการควบคุมป้องกันโรคและเฝ้าระวังคุมเข้มชายแดนอย่างเคร่งครัด ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หากมีอาการเป็นไข้ ไอหรือมีอาการไม่สบายอื่นๆ โปรดโทรแจ้งสายด่วนควบคุมโรค “1922” หรือ “ 0800-001922” ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำสวมหน้ากากอนามัยและรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยแจ้งประวัติการเดินทาง และประวัติการสัมผัสโดยละเอียด เพื่อสะดวกในการวินิจฉัยและสามารถรายงานได้อย่างทันท่วงที

Related Articles

Back to top button
Close