ภายใต้การระบาดของโควิด ปัญหาสิทธิมนุษยชน รง.ข้ามชาติชัดเจนขึ้น นโยบายวัคซีนสำหรับ รง.ข้ามชาติ ในประเทศแถบเอเชียต่างกันอย่างไร?

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19  หลายประเทศได้เกิดการระบาดรุนแรงในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เป็นผลให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของแรงงานข้ามชาติได้รับความสนใจจากสังคม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในภาคสวัสดิการสังคม ต้องพักในห้องพักขนาดเล็ก มีความแออัดและขาดสุขอนามัยที่ดี หรือจะเป็นการถูกกีดกันจากการฉีดวัคซีนและการเข้ารับการรักษาพยาบาลของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ล้วนทำให้แรงงานข้ามชาติกลายเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นๆในวิกฤตการแพร่ระบาดครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติเคยเรียกร้องให้ประเทศในเอเชียควรฉีดวัคซีนให้กับแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากประเทศแถบเอเชียมีจำนวนแรงงานข้ามชาติคิดเป็น 40% ของแรงงานข้ามชาติทั้งหมดของโลก  ปัจจุบันที่ไต้หวัน แรงงานข้ามชาติภาคสวัสดิการสังคมที่ทำงานในศูนย์การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นลำดับที่ 6 ซึ่งได้เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ผู้อนุบาลที่ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มฉีดวัคซีนกลุ่มแรกๆ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการฉีดวัคซีนของไต้หวันในปัจจุบันมีความล่าช้า ประกอบกับการขาดแคลนวัคซีน ทำให้การฉีดวัคซีนในกลุ่มแรงงานภาคสวัสดิการสังคมต้องหยุดชะงักลงเช่นกัน

ที่สิงคโปร์ เมื่อปีที่แล้วเกิดพาดหัวข่าวในสื่อต่างประเทศจากการระบาดรุนแรงของหอพักแรงงานข้ามชาติ แรงงานข้ามชาติกว่า 150,000 คนจาก 300,000 คนทั่วประเทศตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 คิดเป็น 90%ของจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันในประเทศ เดอะสเตรตส์ไทมส์(The Straits Times)รายงานว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.ของปีนี้ สิงคโปร์ได้ขยายการฉีดวัคซีน โดยฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานข้ามชาติที่ยังไม่เคยติดเชื้อใน5หอพักใหญ่ของประเทศ ข้อมูล ณ เดือน พ.ค. แรงงานข้ามชาติมากกว่า 42,000 คนได้รับวัคซีนแล้ว คิดเป็น 13-15% ของจำนวนแรงงานข้ามชาติทั้งหมดในประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์ยังให้คำมั่นว่า ในอนาคตจะทยอยฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานข้ามชาติประเภทอื่นๆต่อไป

ส่วนประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของสิงคโปร์ ก็เคยมีการระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติเช่นกัน มาเลเซียซึ่งมีประชากรแรงงานข้ามชาติ 3 ถึง 5 ล้านคน ได้ประกาศเมื่อเดือน เม.ย. ปีนี้ ระบุว่าจะเปิดให้กลุ่มผู้ลี้ภัยในประเทศ รวมถึงแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างถ้วนหน้า

รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขมาเลเซียชี้ว่า นายจ้างจะรับผิดชอบในการลงทะเบียนฉีดวัคซีนให้แรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมาย ส่วนแรงงานข้ามชาติที่อยู่เกินกำหนดหรือมีเอกสารไม่ครบถ้วน ก็จะได้รับการฉัดวัคซีนเช่นกัน โดยมีแผนจะเริ่มเปิดให้ฉีดวัคซีนในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่มาเลเซียมีวัคซีนมากเพียงพอ

ที่เกาหลีใต้ ตั้งแต่เริ่มเปิดให้ฉีดวัคซีน ก็ได้ประกาศให้ชาวต่างชาติทั้งหมด รวมทั้งแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ทั้งหมด อีกทั้งดำเนินขั้นตอนการจองคิวฉีดวัคซีนเหมือนกับชาวเกาหลี  เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ให้สัญญาว่า แรงงานข้ามชาติไม่ว่าจะอยู่เกินกำหนดหรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม สามารถขอรับวัคซีนหรือเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคได้อย่างสบายใจ โดยพวกเขาจะไม่ถูกส่งกลับประเทศจากกรณีนี้

แต่จากรายงานของสื่อเกาหลีใต้ แรงงานข้ามชาติขาดข้อมูลตารางการฉีดวัคซีนที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องหลังเกิดการแพร่ระบาดในเกาหลีใต้ ทำให้แรงงานข้ามชาติหลายคนกังวลว่าจะถูกคัดออกจากแผนการฉีดวัคซีน

ประเทศญี่ปุ่นได้เสนอแผนที่คล้ายกัน ชาวต่างชาติทุกคนสามารถรับวัคซีนฟรี โดยลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนตามขั้นตอนที่ทางการกำหนด ปัจจุบันญี่ปุ่นเปิดให้ฉีดวัคซีนโดยเริ่มฉีดให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงตามลำดับ คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ในเดือน ก.ค. ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติด้วย ทั้งนี้ เพื่อลดขั้นตอนการฉีดวัคซีนของชาวต่างชาติ ญี่ปุ่นจึงได้แปลข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนเป็นภาษาต่างประเทศ 17 ภาษา

เมื่อปลายเดือนเมษายน ฮ่องกงประกาศแผนการฉีดวัคซีนและตรวจคัดกรองโรคแบบบังคับสำหรับแรงงานข้ามชาติ โดยกำหนดให้แรงงานข้ามชาติทั้งเมือง 370,000 คนเข้ารับการฉีดวัคซีน ส่วนแรงงานข้ามชาติที่ต้องการจะไปทำงานในฮ่องกง ขณะยื่นขอวีซ่าทำงาน ต้องแสดงเอกสารข้อมูลการฉีดวัคซีนด้วย

แต่เมื่อไม่นานมานี้ นโยบายดังกล่าวต้องเผชิญกับการโจมตีจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและองค์กรสิทธิมนุษยชน พวกเขาเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของฮ่องกงเป็นการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลุ่มแรงงานข้ามชาติถูกแยกออกมาต่างหากและยังถูกติดป้ายแปะว่าเป็น “กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง”  ซึ่งชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญกลับไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว

ต่อมา เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค. ฮ่องกงได้ประกาศเลื่อนแผนการฉีดวัคซีนแบบบังคับสำหรับแรงงานข้ามชาติ แต่ยังคงยืนยันที่จะดำเนินการตรวจคัดกรองแรงงานข้ามชาติ และประชาสัมพันธ์ให้แรงงานเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงมีวัคซีนที่เพียงพอต่อจำนวนประชากรและแรงงานข้ามชาติ

Related Articles

Back to top button
Close