จำเป็นต้องห้าม รง.ข้ามชาติออกไปข้างนอกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดหรือไม่? มาดูกันว่าแต่ละเมืองมีวิธีการยังไง

แรงงานข้ามชาติ (ภาพประกอบเรื่อง/ กองประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว กรุงไทเป)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองเหมียวลี่ประกาศ ห้ามแรงงานข้ามชาติออกไปข้างนอก ถึงแม้ประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำว่าสั่งปรับเฉพาะนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ไม่สั่งปรับแรงงานข้ามชาติ แต่กลุ่มแรงงานก็ได้วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการติดป้ายแปะแรงงาน อีกทั้งยังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคระบาดใดๆ จึงได้ร่วมลงนามรายชื่อ ขอให้ทางเทศบาลเหมียวลี่ยกเลิกประกาศดังกล่าว แต่นายสวี่เย่าชาง(徐耀昌) ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ ยังคงยืนกรานบังคับใช้คำสั่งห้ามออกพื้นที่ โดยกล่าวว่า “ชีวิตยังรักษาไม่ได้ จะคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนได้ยังไง” “แรงงานข้ามชาติทำให้เมืองเหมียวลี่เกิดความวุ่นวายไปหมด”

การจัดการหอพักแรงงานข้ามชาติเป็นหนึ่งในกระบวนการป้องกันโรคระบาดที่ไม่ควรมองข้าม แต่การจำกัดพื้นที่แรงงานข้ามชาติ เป็นสิ่งที่จำเป็นจริงหรือ? เมืองอื่นมีวิธีจัดการเพื่อเสริมสร้างการป้องกันโรคในกลุ่มแรงงานข้ามชาติอย่างไร ?

ประเด็นการจัดการแรงงานข้ามชาติ นครนิวไทเปเมืองที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับสามของไต้หวัน ซึ่งมีประชากรมากกว่า 90,000 คน เลือกใช้วิธี “เสริมสร้างการเยี่ยมเยียนหอพักแรงงานข้ามชาติ” “ให้รางวัลแทนการจำกัดพื้นที่ เพื่อลดการออกนอกพื้นที่ของแรงงานข้ามชาติ” และ “รณรงค์ภาคธุรกิจตรวจคัดกรองแรงงานข้ามชาติ” ในส่วนของการเพิ่มการป้องกันในหอพักแรงงานข้ามชาติ สำหรับหอพักที่ไม่เป็นไปตามระเบียบการป้องกันการแพร่ระบาด นครนิวไทเปใช้วิธี “ให้โอกาสปรับปรุงได้ไม่เกิน 3 ครั้ง หากไม่มีการปรับปรุง ลงโทษปรับ 3 แสนเหรียญไต้หวัน” กรณีร้ายแรงที่สุดอาจถูกปิดโรงงาน

ด้านการติดตามควบคุมไทมไลน์แรงงานข้ามชาติ ได้เรียกร้องให้ภาคธุรกิจ “ลดการเดินทางออกนอกสถานที่โดยไม่จำเป็น”ของแรงงานข้ามชาติ  แต่ไม่ได้สั่งห้ามไม่ให้แรงงานออกไปข้างนอก นอกจากนี้ ได้ขอให้นายจ้างจัดหาข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีพให้แรงงาน และบันทึกข้อมูลการออกไปข้างนอกของแรงงาน ด้านการลดจำนวนครั้งที่ออกไปข้างนอก โหวโหย่วอี๋(侯友宜) ผู้ว่าการนครนิวไทเปกล่าวว่า แรงงานข้ามชาติมาทำงานหาเงินในไต้หวันด้วยความยากลำบาก จะเป็นการดีกว่าถ้า “ใช้วิธีรณรงค์ขอความร่วมมือแทนการจำกัดพื้นที่อย่างเข้มงวด” และขอให้ผู้ประกอบการให้รางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แรงงานไม่ออกไปข้างนอก

นอกจากนี้ นิวไทเปยังได้เปิดตัว “โครงการตรวจคัดกรองภาคธุรกิจอย่างสบายใจ” ภาคธุรกิจสามารถยื่นเรื่อง โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนช่วยจัดซื้อชุดทดสอบแบบรวดเร็ว​Rapid Test ร่วมมือกับสถานพยาบาลเพื่อเข้ามาช่วยเหลือตรวจคัดกรอง และภายหลังช่วยจัดการสถานกักตัว รณรงค์ให้ภาคธุรกิจตรวจคัดกรองให้กับแรงงานท้องถิ่นและแรงงานข้ามชาติในบริษัทของตน เพื่อดูแลสุขภาพแรงงานข้ามชาติและป้องกันช่องโหว่การแพร่ระบาด

นครเถาหยวน ซึ่งเป็นเมืองที่มีจำนวนแรงงานข้ามชาติมากที่สุดในไต้หวันจำนวนกว่า 116,000 คน โดยแรงงานข้ามชาติในภาคอุตสาหกรรมมีมากกว่า 90,000 คน หลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 เมืองเถาหยวน ได้ออกประกาศ “แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดภาษาต่างประเทศ” ดำเนินการประชาสัมพันธ์ป้องกันการแพร่ระบาดและให้ข้อมูลไทมไลน์ผู้ติดเชื้อแก่แรงงานข้ามชาติ  อีกทั้งดำเนินการตรวจสอบหอพักแรงงาน 400 แห่งและโรงงาน 300 แห่งทั่วเมือง เรียกร้องให้ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงาน 50 คนขึ้นไปต้องดำเนินการ “แบ่งเส้นทางเข้าออก  แบ่งเขต  แบ่งกะการทำงาน” เพื่อลดการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติ

นอกจากห้องพักแรงงานข้ามชาติ ได้ปิดใช้งานพื้นที่สาธารณะของหอพักรวมถึงห้ามใช้อุปกรณ์กีฬา ส่วนการทานอาหาร อาบน้ำ ได้แบ่งเวลา แบ่งจำนวนคน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหมู่ นอกจากนี้ โรงงานห้ามส่งแรงงานข้ามชาติไปช่วยงานที่โรงงานเขตอื่นของบริษัท และห้ามย้ายแรงงานไปทำงานแผนกอื่น พร้อมกันนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกองแรงงานเข้าตรวจสอบการจัดการหอพักแรงงานข้ามชาติ ว่าเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดหรือไม่

นอกจากนี้ เจิ้งเหวินชั่น (鄭文燦) ผู้ว่าการนครเถาหยวน ยังได้รณรงค์ให้ภาคธุรกิจที่ว่าจ้างแรงงานข้ามชาติมากกว่า 500 คนขึ้นไป ดำเนินการตรวจคัดกรองราพิดเทสต์ โดยทางเทศบาลจะเป็นผู้ช่วยเหลือจับคู่ทีมแพทย์จากสมาคมการแพทย์ เพื่อเดินทางไปช่วยตรวจคัดกรองแบบราพิดเทสต์ที่โรงงาน อีกทั้งยังได้จัดตั้งจุดตรวจคัดกรอง 13 แห่งตามพื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อดำเนินการตรวจคัดกรองอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน ทางเทศบาลก็ได้ให้ความช่วยเหลือจัดหาโรงแรมกักโรคเพื่อให้ผู้ที่มีผลตรวจยืนยันเป็นบวกเข้ารับการกักตัว

ในขณะที่ต้องดูแลการดำเนินงานป้องกันการแพร่ระบาด เจิ้งเหวินชั่น (鄭文燦) ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแรงงานข้ามชาติที่มีต่อไต้หวัน โดยกล่าวว่า “แรงงานข้ามชาติเป็นหุ้นส่วนที่ไต้หวันขาดไม่ได้ นอกจากต้องคำนึงถึงการพัฒนาของเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องดูแลสุขภาพของแรงงานข้ามชาติทุกคนและความปลอดภัยในชุมชม”

เมืองซินจู๋ ซึ่งมีแรงงานข้ามชาติมากกว่า 20,000 คน เทศบาลซินจู๋ได้ขอให้กองทัพทหารเข้าช่วยเหลือจัดตั้งจุดตรวจคัดกรองในอุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ รวบรวมสายด่วนข้อมูลคำปรึกษาทางการแพทย์ภาษาต่างประเทศของกระทรวงแรงงาน พร้อมกับคำขวัญ 4 ไม่ “ไม่เปลี่ยนกะ ไม่เปลี่ยนย้ายโรงงาน ไม่ข้ามเขต ไม่ข้ามเมือง ”  เสริมสร้างการจัดการหอพัก และดำเนินการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของกองแรงงาน ด้านการลดไม่ให้แรงงานออกไปข้างนอกนั้น กองแรงงาน เทศบาลเมืองซินจู๋ ได้รณรงค์ให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มอุปกรณ์สันทนาการให้มากขึ้นเพื่อลดการออกไปข้างนอกของแรงงาน รวมถึงช่วยเหลือจัดซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็น ขณะเดียวกัน ก็ได้ประชาสัมพันธ์หากไม่มีความจำเป็นอย่าออกไปข้างนอก แต่ไม่มีคำสั่งห้ามแรงงานออกนอกบ้าน

นอกจากนครนิวไทเป นครเถาหยวน และเมืองซินจู๋แล้ว เมืองอื่นๆต่างก็เริ่มจาก “เสริมสร้างการจัดการการป้องกันการแพร่ระบาดในโรงงานและหอพัก” ซึ่งไม่มีคำสั่งห้ามแรงงานข้ามชาติออกไปข้างนอก กองแรงงาน เมืองไทจงชี้ว่า ตามระเบียบของกระทรวงแรงงาน นายจ้างสามารถให้ความช่วยเหลือในการซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้แรงงานข้ามชาติ แต่ไม่สามารถสั่งห้ามไม่ให้แรงงานออกไปข้างนอก ส่วนเมืองหนานโถวก็ได้ขอให้นายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยซื้ออาหาร สิ่งของจำเป็นให้แรงงาน แต่ไม่มีคำสั่งห้ามออกไปข้างนอก

แรงงานข้ามชาติภาคสวัสดิการสังคมชดเชยปัญหาขาดแคลนแรงงานในระบบการดูแลระยะยาวของไต้หวัน ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนแรงงานข้ามชาติในภาคอุตสาหกรรมตอบรับความต้องการแรงงานในภาคการผลิต มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของไต้หวันอย่างไม่สามารถมองข้ามได้

หลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 การร่วมกลุ่มในหอพักแรงงานข้ามชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นที่เหมียวลี่เพียงที่เดียว แต่กลับมีเพียงเมืองเหมียวลี่ที่ประกาศคำสั่งห้ามแรงงานออกไปข้างนอก ในขณะที่จำกัดพื้นที่แรงงานแต่กลับอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติไปทำงานที่โรงงานร่วมกับแรงงานท้องถิ่น เห็นได้ว่ายังคงมีช่องโหว่ของการป้องกันการแพร่ระบาด การดำเนินมาตรการเห็นได้ชัดว่ามีความขัดแย้งในตัว และทำให้ผู้คนเกิดข้อสงสัยว่าคำสั่งห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอกนั้นเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาด หรือเพียงเพื่อให้ประชาชน “มองไม่เห็นแรงงานข้ามชาติ” เพื่อลดความวิตกกังวลของสังคม

ในทางกลับกัน เมืองนิวไทเปและเมืองเถาหยวนซึ่งมีแรงงานข้ามชาติมากกว่า กลับให้ความสำคัญกับการดูแลการจัดการหอพักและการตรวจคัดกรองแบบราพิดเทสต์ ไม่เพียงไม่มีคำสั่งห้ามออกไปข้างนอกอย่างเข้มงวดดังกล่าว ผู้ว่าการฯเมืองต่างๆล้วนเน้นย้ำถึงความยากลำบากในการทำงานในไต้หวันของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงความสำคัญของพวกเขาที่มีต่อไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติและอคติที่มีต่อแรงงานข้ามชาติของสังคมในช่วงการแพร่ระบาด ท่าทีของเมืองอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้นตรงกันข้ามกับนโยบายและคำพูดของผู้ว่าการเหมียวลี่อย่างสิ้นเชิง

Related Articles

Back to top button
Close