แรงงานงงเป็นแถว ! เหมียวลี่ยกเลิกคำสั่งห้าม รง.ออกไปข้างนอก แต่ประกาศภาษาเวียดนามเขียนว่า ห้ามออกนอกบ้าน สรุปยังไงกันแน่ !

苗栗縣越南文圖卡出包。(圖/翻攝自臉書)

เมื่อสถานการณ์คลัสเตอร์แรงงานที่เหมียวลี่คลี่คลายลง ในที่สุดเทศบาลเมืองเหมียวลี่ก็ประกาศยกเลิกการห้ามแรงงานข้ามชาติออกนอกสถานที่ทำให้แรงงานได้รับอิสรภาพอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เจิงเหวินเสวี่ย(曾玟學) สมาชิกสภาเมืองเหมียวลี่กลับชี้ว่า ประกาศภาษาเวียดนาม ที่เผยแพร่โดยกองสาธารณสุขเหมียวลี่ มีการแปลความหมายผิด จากคำว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป สามารถออกไปข้างนอกได้”  แปลเป็น “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ห้ามออกไปข้างนอก” ซึ่งความหมายตรงกันข้ามกันอย่างชัดเจน จน ส.ส.ต้องส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า “อย่าให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องพื้นฐานขนาดนี้”

หลังจากยกเลิกคำสั่งห้ามแรงงานออกนอกบ้าน เพจเฟสบุ๊คสถานีสุขภาพดีเหมียวลี่(苗栗健康加油站) ของกองสาธารณสุข เทศบาลเมืองเหมียวลี่ ได้โพสรูปภาพประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคภาษาอังกฤษ เวียดนาม อินโดนีเซีย และภาษาไทย แต่กลับมีชาวเวียดนามร้องเรียนไปยัง ส.ส. เจิงเหวินเสวี่ย โดยกล่าวว่า ภาพข้อความรณรงค์ป้องกันโรคน่าจะแปลจากโปรแกรมแปลภาษา ไม่เพียงแต่ไวยากรณ์ผิดเพี้ยน คำว่าพรุ่งนี้เป็นต้นไปสามารถออกไปข้างนอกได้ กลับแปลเป็นพรุ่งนี้เป็นต้นไปห้ามออกนอกบ้าน ส.ส. เจิงเหวินเสวี่ย จึงได้สอบถามไปยังเพจเรียนภาษาเวียดนามกันทุกวัน (每天學越南語) ครูเหงียนเจ้าของเพจชี้ว่า ประโยคแรกเขียนผิดทั้งประโยคและไวยากรณ์ก็ยังผิดเพี้ยนด้วย ครูเหงียนจึงได้ช่วยแก้ไขประโยคที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานเกิดความสับสนในการรับข้อมูล

ส.ส. เจิงเหวินเสวี่ยชี้ว่า ภาพประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคของกองสาธารณสุข ขาดภาษาฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้เขาตั้งคำถามว่า “เป็นเพราะคิดว่าแรงงานฟิลิปปินส์สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงละเว้นภาษาฟิลิปปินส์งั้นเหรอ ผมยังจำได้ว่า ช่วงแรกที่ตรวจสอบคัดกรองแรงงานข้ามชาติ ผอ.กองสาธารณสุขเคยกล่าวว่า แรงงานข้ามชาติฟิลิปปินส์บางรายใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง พูดเป็นแต่ภาษาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ทำให้การตรวจสอบคัดกรองโรคล่าช้า ” ทั้งที่ทราบดีถึงปัญหาดังกล่าว แต่ในภาพประชาสัมพันธ์กลับละเว้นภาษาฟิลิปปินส์ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นการทำงานที่มักง่าย

ส.ส. เจิงเหวินเสวี่ยจี้กองสาธารณสุข “ขอร้อง อย่าให้เกิดกรณีแปลผิดเป็นความหมายตรงกันข้าม แล้วยังผิดไวยากรณ์จนอ่านรู้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก” กองสาธาณสุขไม่มีการตอบสนองในเรื่องนี้  และไม่มีการแก้ไขเนื้อหาของภาพประชาสัมพันธ์ เพียงแต่ลบโพสข้อความเท่านั้น

ความผิดพลาดกองสาธารณสุข เมืองเหมียวลี่ สะท้อนให้เห็นถึงการละเลยและความประมาทของภาครัฐในการจัดการปัญหาของแรงงานข้ามชาติ และยังสะท้อนให้เห็นว่าไต้หวันขาดแคลนบุคลากรที่มาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทำให้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด แรงงานข้ามชาติเกิดช่องว่างในการรับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ยังทำให้แรงงานข้ามชาติต้องตกอยู่ในความสับสนและสภาวะตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไต้หวัน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่จำเป็นหรือข้อมูลด้านกฎระเบียบสำหรับแรงงานข้ามชาติ แม้ว่าจำนวนแรงงานข้ามชาติในไต้หวันจะเติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งปัจจุบันมีถึง 700,000 คนแล้ว แต่ทั่วไต้หวันบุคลากรภาษาต่างประเทศที่สามารถให้บริการแรงงานข้ามชาติกลับมีเพียง 100 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่เพียงพออย่างมาก ส่งผลให้การส่งข้อมูลการป้องกันโรคไปยังกลุ่มแรงงานข้ามชาติหลังเกิดการระบาดเมื่อปีที่แล้ว เป็นไปอย่างเชื่องช้า แม้ว่าหลังจากการระบาดเมื่อเดือนพฤษภาคม กระทรวงแรงงานก็ได้เปิดตัวแอปฯข้อมูลป้องกันโรคหลายภาษาสำหรับแรงงานข้ามชาติ แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาภาคประชาสังคมให้ช่วยเหลือในการส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคระบาด หลายคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องรอเป็นปีเลยหรือ ถึงสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นได้ แล้วข่าวสารหลายภาษาและการสรรหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอาเซียน ก็ต้องรอให้โรคระบาดจบลงจึงจะดำเนินการเสร็จสิ้นใช่หรือไม่

Related Articles

Back to top button
Close