กระทรวงแรงงานไม่ทันการ? ประเด็นการแพร่ระบาดในกลุ่ม รง.ข้ามชาติ 4 ประการที่ละเลย

ภาพประกอบเรื่อง สถานการณ์การแพร่ระบาด (ที่มารูปภาพ : shutterstock

คลัสเตอร์แรงงานข้ามชาติที่เหมียวลี่เริ่มคลี่คลาย หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ในที่สุดคำสั่งห้ามแรงงานข้ามชาติออกไปข้างนอก ก็เป็นอันยกเลิก สำหรับเหตุการณ์การแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในครั้งนี้ นอกจากสภาพแวดล้อมหอพักแรงงานที่ย่ำแย่ และสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรมของแรงงานข้ามชาติกลายเป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจแล้ว ขณะเดียวกันทำให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานมักละเลยและนิ่งเฉยกับการจัดการปัญหาแรงงานข้ามชาติ ราวกับว่าเมื่อกล่าวถึงประเด็นของแรงงานข้ามชาติ  กระทรวงแรงงานมักจะดำเนินการไม่ทันการ

พื้นที่ห้องพักแรงงานตามกฎหมายมีเพียง 3.6 ตร.. ภายใต้การแพร่ระบาดไร้การปรับปรุง

กรณีการแพร่ระบาดหมู่ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติเหมียวลี่ ภาคประชาชนและองค์กรNGOที่คุ้นเคยกับประเด็นแรงงานไม่รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตามระเบียบ “มาตรฐานแผนบริหารและดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ” ที่ผ่านมาของกระทรวงแรงงาน แต่เดิมพื้นที่ห้องพักโดยเฉลี่ยของแรงงานมีเพียง 3.2 ตร.ม. ถึงแม้การแพร่ระบาดเมื่อปีที่แล้ว มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 ตร.ม.  ซึ่งกว้างกว่าห้องขังไปเพียง 2.3 ตร.ม. โดยพื้นที่ 3.6 ตร.ม. ดังกล่าว ยังรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้า ส่วนห้องน้ำนั้น หอพักชายห้องน้ำ 1 ห้องไม่เกิน 25 คน ส่วนหอพักหญิง ห้องน้ำหนึ่งห้องสำหรับ 15 คน

กฎหมายกำหนดพื้นที่โดยเฉลี่ยของแรงงานให้เพียงนิดเดียว ทำให้บริษัทจัดให้แรงงานจำนวนมากเข้าพักในห้องพักห้องเดียว โดยในหนึ่งห้อง อาจมีคนพักมากถึง 15 ถึง 25 คน ต้องใช้ห้องน้ำห้องเดียวกัน เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ยังไม่ต้องกล่าวถึงสภาพหอพักที่ฝ่าฝืนระเบียบ แม้แต่หอพักที่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการป้องกันการแพร่ระบาด ที่ผ่านมากลุ่มแรงงานเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาขอเรียกร้องดังกล่าวคำนึงถึงความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวของแรงงานข้ามชาติเป็นหลัก แต่หลังการระบาดของโรคโควิด-19 ขอเรียกร้องดังกล่าวยังคลอบคลุมถึงความกังวลในการป้องกันการแพร่ระบาด แต่กระทรวงแรงงานยังคงไม่ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

ปีที่แล้วเกิดการแพร่ระบาดในหอพัก รง.ข้ามชาติ กระทรวงแรงงานไม่ดำเนินมาตรการป้องกันแบบจริงจัง ระบาดอีกระลอกก็ไม่น่าแปลกใจ

จนกระทั่งเมื่อสิ้นปีที่แล้ว หลังจากหอพักที่บริษัทจัดการดูแลสุขภาพเกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ กระทรวงแรงงานถึงได้เร่งตรวจสอบและทบทวนปัญหานี้ที่มีมานานหลายทศวรรษ พร้อมกันนี้ได้ตรวจสอบหอพักทั่วไต้หวันที่บริษัทจัดการดูแลสุขภาพเป็นผู้ดูแลจัดการ แต่ทั้งนี้ กลับไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบหอพักโรงงานทั่วไป โดยทั่วไปแล้ว บริษัทจัดการดูแลสุขภาพมอบอำนาจให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้ช่วยดำเนินเรื่องการตรวจสุขภาพหลังเดินทางเข้าไต้หวันของแรงงานข้ามชาติ และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอื่นๆ โดยแรงงานข้ามชาติจะเข้าพักในหอพักดังกล่าวเพียง 2-3 วันเท่านั้น หากหอพักประเภทนี้ยังสามารถเกิดการแพร่ระบาดได้ หมายความว่าหอพักโรงงานที่แรงงานข้ามชาติต้องพักอาศัยในช่วงเวลาที่ทำงานในไต้หวัน กลับมีความน่าเป็นห่วงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดมากกว่าหลายเท่า แต่กระทรวงแรงงานเพิกเฉยต่อคำแนะนำของภาคประชาสังคม ไม่ดำเนินการตรวจสอบหอพักโรงงานที่ผิดระเบียบข้อกฎหมาย หามาตรการในการลดความแออัดล่วงหน้า กรณีการแพร่ระบาดที่เหมียวลี่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ

ที่ผ่านมา รมว.แรงงานไม่กระตือรือร้นพัฒนาข้อมูลหลายภาษา ช่วงโรคระบาดเข้าถึงข้อมูลข่าวสารลำบากและล่าช้า

ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปิดให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงข่าวสารที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันและการเข้าถึงข้อมูลทางกฎหมาย เห็นได้ชัดจากจำนวนบุคลากรสองภาษาที่สามารถให้บริการแรงงานข้ามชาติได้ทั่วไต้หวันมีเพียง 100 กว่าคน นับเป็นจำนวนที่น้อยมาก ซึ่งส่งผลให้หลังเกิดการระบาดเมืองปีที่แล้ว จึงเกิดความล่าช้าในการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  หลังจากเกิดโรคระบาดมานานกว่า 1 ปี ทางกระทรวงแรงงานได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นแจ้งข้อมูลข่าวสารป้องกันโรค แต่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาภาคประชาสังคมให้ส่งต่อข้อมูลโรคระบาดไปยังแรงงานข้ามชาติ จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นปีจึงสามารถจัดทำแอปพลิเคชั่นข้อมูลข่าวสารหรือไม่

นอกจากนี้ ปัจจุบันกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญเฉพาะ “การป้องกันโรคระบาด” เท่านั้น กฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติภาษาอื่นๆยังขาดการประชาสัมพันธ์ เช่น ระเบียบ “ห้ามเปลี่ยนนายจ้าง” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์แรงงานข้ามชาติ ประกาศห้ามแรงงานเปลี่ยนนายจ้างออกมาตั้งแต่ต้นเดือน แต่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาษาต่างประเทศ กลับประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา แรงงานส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง เกิดความสับสน ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการทำงานของแรงงานข้ามชาติ

ห้ามแรงงานข้ามชาติออกนอกสถานที่ สื่อนอกตีข่าว ก.แรงงานนิ่งเงียบ ออกมาชี้แจงหลังยกเลิกคำสั่งห้ามเมืองเหมียวลี่

นอกจากนี้ คำสั่งห้ามแรงงานข้ามชาติที่เหมียวลี่ออกนอกสถานที่ในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการละเมิดระเบียบการแจ้งเตือนมาตรการป้องกันโรคระดับ 3 และละเมิดระเบียบของกระทรวงแรงงาน แต่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคและกระทรวงแรงงานไม่ได้ดำเนินการเพื่อขอให้เทศบาลเหมียวลี่ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ส่งผลให้ หลายบริษัทที่ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในเขตเหมียวลี่หรือไม่ก็ตาม ต่างประกาศห้ามแรงงานออกนอกสถานที่ ถึงขั้นทำให้สื่อต่างประเทศเสนอข่าวดังล่าว

กระทรวงแรงงานและกองแรงงานท้องถิ่นไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆ เมื่อถูกสื่อและกลุ่ม NGO วิพากษ์วิจารณ์ แม้ข่าวจะดังคึกโครม แต่กลับนิ่งเงียบ ไม่มีการสอบสวนหรือสั่งปรับบริษัทเหล่านี้ จนกระทั่งหลังจากที่คลัสเตอร์แรงงานเมืองเหมียวลี่คลี่คลาย สวี่เย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ยกเลิกคำสั่งห้ามแรงงานออกนอกสถานที่ กระทรวงแรงงานจึงรีบแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. โดนชี้ว่า  “หากนายจ้างดำเนินมาตรการการจัดการแรงงานข้ามชาติที่เป็นการละเมิดสิทธิ์เสรีภาพของแรงงาน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานข้ามชาติอย่างร้ายแรง ตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 54 และมาตรา 72 กำหนดให้เพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานข้ามชาติ “ เหตุการณ์จบลงแล้ว ถึงจะออกมาแสดงความเห็น

นอกจากนี้ หากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดมีระเบียบที่นอกเหนือจากที่ภาครัฐกำหนด ตัวอย่างเช่น กรณีเกาะเผิงหู จินเหมิน หม่าจู่ ที่มีความประสงค์ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาเยือนเกาะ ทางศูนย์บัญชาการฯได้ทำหนังสือให้ถอนประกาศดังกล่าวทันทีที่มีการประกาศมาตรการ แต่เมื่อเผชิญกับประเด็นแรงงานข้ามชาติ ศูนย์บัญชาการฯและกระทรวงแรงงานกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบใดๆ ปล่อยให้เทศบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานได้ตามอำเภอใจ เห็นได้ชัดว่าเป็นการปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน

Related Articles

Back to top button
Close