รายงานการค้ามนุษย์|ไต้หวันอยู่ในระดับ 1 ติดต่อกัน 12 ปี องค์กร NGO สงสัยความน่าเชื่อถือของรายงาน

ภาพประกอบเรื่อง แรงงานประมง (ภาพ / shutterstock)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report, TIP Report) ประจำปี 2021 ไต้หวันถูกจัดอยู่ในระดับ 1 (Tier 1) ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 ซึ่งหมายความว่าการดำเนินการของรัฐบาลไต้หวันเป็นไปตาม “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่รัฐสภาสหรัฐฯกำหนด แต่ในอดีตที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประมงไต้หวันถูกองค์กรเอกชนระหว่างประเทศ  (NGO) วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน รวมไปถึงการละเมิดสิทธิแรงงานประมงอยู่หลายครั้ง  ปีที่ผ่านมาการประมงไต้หวันถูกกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จัดรายชื่ออยู่ใน “บัญชีประเทศผู้ผลิตสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ”  สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไต้หวันไม่มีความสามารถในการจัดการและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานประมง  ขณะเดียวกัน พันธมิตรอาหารทะเลสากลได้ยื่นรายงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ให้ลดการจัดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไต้หวันในปีนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไต้หวันยังสามารถรักษามาตรฐานถูกจัดอยู่ในระดับ 1 ได้เช่นเคย ทำให้องค์กร NGO เกิดความไม่มั่นใจในผลการประเมินของรายงาน

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 กรกฎาคม ตามเวลาไต้หวัน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Rights) ได้จัดประชุมสัมมนาออนไลน์ร่วมกับกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหลากหลายแขนง  และอธิบดีกรมประมงไต้หวัน ว่าด้วยเรื่องสถานการณ์ของแรงงานประมงไต้หวันและแนวทางที่รัฐบาลสามารถปรับปรุงแก้ไข

ระหว่างการประชุม นายวัง ยิงต๋า(汪英達) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแรงงานข้ามชาติของสมาคมบริการประชาชน (Serve the People Association-SPA) ในนครเถาหยวนชี้ว่า ปัญหาเดิมๆที่แรงงานประมงต้องเผชิญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ สภาพแวดล้อมการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การจ่ายเงินล่าช้า ความรุนแรงทางร่างกายและวาจา ขาดการตรวจสอบแรงงานจากรัฐบาล รวมทั้งกลไกการป้องกันที่เกี่ยวข้องเป็นต้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพการณ์เหล่านี้กลับไร้การปรับปรุงให้ดีขึ้น และภายใต้โรคระบาดกลับทำให้สถานการณ์โดยรวมของแรงงานข้ามชาติในไต้หวันแย่ลงกว่าเดิม นอกจากนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลยังขาดการกำกับดูแลเรือประมงที่ใช้ธงแห่งความสะดวก รัฐบาลไม่ได้กำหนดขั้นตอนกฎหมายในการตรวจสอบเรือเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เรือประมงต้าว่างเฮ้า (Da wang) ที่ใช้ธงแห่งความสะดวกในการเดินเรือ มักมีข่าวฉาวโฉ่หลายครั้งว่ามีพฤติกรรมกดขี่บังคับและละเมิดสิทธิแรงงานประมง แต่เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กลับสามารถเข้าเทียบท่าในไต้หวันได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนที่แล้ว กรมประมงชี้แจงว่า จะดำเนินการบังคับใช้คำสั่งห้ามเรือประมงละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ หวังว่าจะได้เห็นการดำเนินการตามคำมั่นสัญญานี้ในอนาคต

นายวังยิงต๋ากล่าวว่า รัฐบาลไต้หวันไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องสิทธิและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานข้ามชาติในภาคสวัสดิการสังคมและภาคการประมงน่านน้ำสากล ที่ไม่ได้รับการการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ประกอบกับการประมงน่านน้ำสากลยังเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์  และมีสถานการณ์การบังคับใช้แรงงาน ทำให้เขาเกิดสงสัยว่า “ไต้หวันมีคุณสมบัติตรงตามรายงาน TIP ที่ถูกจัดอยู่ในระดับ 1 จริงหรือไม่ หากไม่ตรงตามคุณสมบัติ ความน่าเชื่อถือของรายงานฉบับนี้อยู่ที่ไหน”

หลี่ลี่หัว (李麗華) เลขาธิการสมาคมอาชีพประมงอี๋หลาน(Yilan Migrant Fishermen Union – YMFU) ก็ได้กล่าวว่า “12 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันถูกจัดอยู่ในระดับ 1 มาโดยตลอด ความจริงแล้ว ได้บรรลุถึงมาตรฐานขั้นต่ำเท่านั้น แต่รัฐบาลกลับมัวแต่เฉลิมฉลองกับประสิทธิผลของพวกเขา การจัดระดับเช่นนี้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาลลดลง ขอแนะนำให้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ปรับเกณฑ์การประเมินในบางส่วน มิฉะนั้นก็เป็นไปได้ยากที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศ”

หลี่อวี่เผิง(李于彤)  ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการทางทะเลของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ (Greenpeace) ในไทเปกล่าวว่า จากรายงานการสำรวจของกลุ่มกรีนพีซเมื่อปีที่แล้วและปีนี้ ล้วนชี้ว่าการประมงน่านน้ำสากลไต้หวันกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมและการบังคับใช้แรงงาน ประกอบกับไต้หวันถูกสหรัฐฯ จัดอยู่ใน “รายชื่อประเทศผู้ผลิตสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ” เห็นได้ชัดว่าไต้หวันมีการกดขี่บังคับใช้แรงงานในการประมงน่านน้ำสากลอยู่จริง ดังนั้นกลุ่มกรีนพีซจึงไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินของรายงานประจำปีนี้ และระบุเพิ่มเติมว่า สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความเข้าใจผิดทำให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคคิดว่าสินค้าเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน อีกทั้งยังทำให้รัฐบาลไต้หวันคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง

หลี่อวี่เผิงยังกล่าวอีกว่า “นโยบายแรงงานประมงของไต้หวันในปัจจุบันที่มีการเลือกปฏิบัติ ทำให้แรงงานประมงข้ามชาตินอกจากจะไม่ได้รับการคุ้มครองแล้ว ยังตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายกว่าเดิม ซึ่งระบบการจ้างงานของรัฐบาลมีการเลือกปฏิบัติสองแบบ แรงงานประมงต่างชาติและพนักงานไต้หวันได้รับสวัสดิการที่ต่างกัน แรงงานประมงยังถูกแบ่งเป็นแรงงานที่ว่าจ้างในประเทศและแรงงานที่ว่าจ้างนอกประเทศ ซึ่งเงื่อนไขการทำงาน ค่าแรงพื้นฐานของทั้งสองประเภทยังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต่างกันกระทั้งหน่วยงานที่สังกัด แรงงานประมงน่านน้ำสากลสังกัดในกรมการประมงไม่ใช่กระทรวงแรงงาน”

ซือ อี้เสียง (施逸翔)  เลขาธิการสมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในไต้หวัน (Taiwan Association for Human Rights – TAHR)ชี้ว่า หลังจากรายงานฉบับนี้เผยแพร่ สื่อและภาครัฐต่างเฉลิมฉลองที่ไต้หวันสามารถรักษาตนเองให้อยู่ในระดับ1 ได้  ซึ่งแทบไม่สนใจปัญหาถูกที่นำเสนอในรายงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตือนประชาคมโลกให้ทราบถึงปัญหาการค้ามนุษย์ของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความล้มเหลวในระบบการดูแลจัดการแรงงานข้ามชาติ นอกจากนี้ เขาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ กิจการแรงงานของแรงงานประมงข้ามชาติเกือบทั้งหมด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมประมง ส่วนกระทรวงแรงงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบดูแลแรงงานในไต้หวัน กลับปล่อยให้แรงงานประมงเกือบ 30,000 ถึง 40,000 คนถูกกดขี่และเอารัดเอาเปรียบอย่างทารุณ นี่คือเรื่องจริงที่โหดร้าย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงกลับมองไม่เห็นสภาพการณ์ดังกล่าว”

เนื่องจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานประมงไม่ได้รับการแก้ไขมานานหลายปี แล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถกระตุ้นให้รัฐบาลไต้หวันแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลี่ลี่หัวตอบกลับว่า หากรัฐบาลสามารถแก้ไขได้ คงจะแก้ไขไปนานแล้ว แต่ในรายงาน TIP ไต้หวันยังคงอยู่ในระดับ 1 เป็นเวลา 12 ปีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่คาดหวังว่าจะสามารถอาศัยการปรับลดระดับเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลปรับปรุงอย่างจริงจัง เธอชี้ว่า สิ่งที่ทำได้ในปัจจุบันคือ “เสริมสร้างศักยภาพการจัดระเบียบตนเองของแรงงานข้ามชาติ”  และหวังว่าในอนาคต แรงงานข้ามชาติจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นพลเมืองและมีสิทธิ์ในการออกเสียงสำหรับตัวเอง สำหรับปัญหาดังกล่าว Rev. Peter Nguyen Van Hung ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานเวียดนามกล่าวว่า ต้องให้สื่อโลกและรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าใจสถานการณ์จริง หากในอนาคตไต้หวันถูกลดระดับ รัฐบาลอาจใช้มาตรการเชิงรุกปรับปรุงแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

เนื้อหาของรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์(TIP) ประจำปีนี้ระบุว่า แนวทางปฏิบัติของรัฐบาลไต้หวันต่อการป้องกันปราบปราม ลงโทษและการคุ้มครองการค้ามนุษย์นั้นไม่เพียงพอ ซึ่งรวมถึงระบบการว่าจ้างแรงงานประมงข้ามชาติในปัจจุบันสองระบบ ส่งผลให้ค่าแรงานและมาตรฐานแรงงานของแรงงานประมงน่านน้ำสากลและแรงงานประมงน่านน้ำไต้หวันแตกต่างกัน ทำให้แรงงานประมงน่านน้ำสากลมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์สูงขึ้น การตรวจสอบแรงงานภาคการประมงมีอัตราต่ำ และความล้มเหลวในการดำเนินคดี ตัดสินลงโทษผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจังตาม “กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” ของไต้หวัน

Related Articles

Back to top button
Close