รง.ข้ามชาติหญิงเสียชีวิตจากทะเลเพลิงถูกลืมเลือน แช่แข็ง 3 วัน ในที่สุดก็มีห้องโถงไว้ทุกข์

[บทความ/สำนักข่าว CNA] เหตุไฟไหม้อาคารเฉียวโหย่ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นคือแรงงานหญิงอินโดนีเซียที่ถูกแช่แข็งในตู้แช่ศพอย่างเดียวดาย ราวกับถูกลืมเลือน ด้วยความช่วยเหลือของทีม อู๋เหว่ยต๋า(吳韋達) ส.ส.พรรคพลังใหม่(New Power Party) เขตจางฮั่ว สามวันให้หลัง ถึวจะมีห้องโถงไว้ทุกข์ขนาดเล็ก เพื่อให้เพื่อนๆแรงงานสามารถเข้าร่วมไว้อาลัย

เกิดเพลิงไหม้ที่อาคารเฉียวโหย่วในเมืองจางฮั่ว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 30 มิ.ย. เปลวไฟลุกไหม้จนถึงรุ่งสางของอีกวันถึงจะดับไฟลงได้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นแรงงานข้ามชาติหญิงชาวอินโดนีเซีย ในขณะที่สังคมให้ความสนใจกับ เฉินจื้อฝาน (陳志帆) เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเมืองจางฮั่วที่เสียชีวิตในหน้าที่ และผู้เสียชีวิตชาวไต้หวันอีกสองราย แรงงานหญิงที่เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้กลับถูกลืมเลือน ถูกกปล่อยให้แช่แข็งในตู้แช่ศพลำพังอย่างเดียวดาย ไม่มีแม้กระทั่งห้องโถงสำหรับไว้อาลัย

หลังเหตุเพลิงไหม้ อู๋เหว่ยต๋า ส.ส.เมืองจางฮั่ว คิดว่า“จะทำอะไรอีกได้บ้าง หรือมีส่วนไหนหลงลืมไปหรือเปล่า” และเขาพบว่าไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแรงงานรายนี้ หลังสอบถามหลายหน่วยงานของเทศบาลเมืองจางฮั่ว กลับพบว่าไม่มีข้อมูลแม้กระทั่งศพถูกเก็บไว้ ณ ที่แห่งใด วันที่ 2 ได้ติดต่อไปยังบริษัทรับจัดงานศพ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าอินโดนีเซียประจำกรุงไทเปและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จนในที่สุดวันที่ 3 จึงสามารถจัดตั้งห้องโถงไว้ทุกข์ขนาดเล็กสำหรับไว้อาลัยได้

อู๋เหว่ยต๋า  กล่าวว่า แรงงานข้ามชาติหญิงรายนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาทำงานในไต้หวัน แต่กลับเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไฟไหม้ “ผมเคยไปเรียนที่ต่างประเทศ เข้าใจความรู้สึกที่ต้องจากบ้านเป็นอย่างดี ถ้าผมประสบอุบัติเหตุที่ต่างประเทศ และต้องถูกแช่ไว้ในตู้แช่ศพอย่างเดียวดาย ช่วงที่ติดต่อประสานงาน ก็อดไม่ได้ที่รู้สึกเศร้าจนต้องร้องไห้ออกมา ” ซึ่งขั้นตอนการประสานงานก็ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศาสนา  บริษัทรับจัดงานศพ ทุกอย่างจึงสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

แรงงานข้ามชาติหญิงวัย 40 ปีรายนี้ เป็นผู้อนุบาลที่แต่เดิมถูกตรวจพบยืนยันติดเชื้อโควิด-19จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองจางฮั่ว หลังหายดี จึงถูกส่งไปกักตัวสังเกตอาการด้วยตัวเองที่โรงแรมกักโรค 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. – 5 ก.ค. แต่โชคร้ายเสียชีวิตกลางเพลิงไหม้ อู๋เหว่ยต๋ากล่าวว่า แรงงานข้ามชาติสัญชาติอินโดนีเซีย คาดว่าอาจนับถือศาสนาอิสลาม หลังจากได้รับหนังสือมอบอำนาจจากญาติผู้เสียชีวิต ก็จะดำเนินการส่งศพกลับสู่ประเทศอินโดนีเซีย

นอกจากช่วยเหลือจัดการงานศพแรงงานข้ามชาติ  ส.ส.พรรคพลังใหม่(New Power Party) เฉินเจียวหัว และนายอู๋เหว่ยต๋า ได้จัดงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ และสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง นายอู๋เหว่ยต๋ากล่าวว่า จากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้พบว่า ชั้นล่างของโรงแรมกักโรคเป็นพื้นที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีการดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยจากเหตุอัคคีภัย ระเบียบการจัดการของอาคารไม่มีข้อกำหนดวิธีการจัดการกับชั้นที่ถูกปล่อยร้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบชั้นอาคารอย่างจริงจัง  จึงกลายไปจุดบอดของความปลอดภัย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการแก้ไขระเบียบข้อกฎหมายโดยเร็วที่สุด

อู๋เหว่ยต๋ากล่าวว่า การจัดสรรสัดส่วนและกำลังคนของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในเขตจางหัวนั้น ถูกจัดอยู่ในส่วนท้ายของประเทศมาโดยตลอด เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนกำลังคนในระยะยาว ทำให้กำลังไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือกู้ภัย หรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการลิดรอนสิทธิและความปลอดภัยของชีวิตเจ้าหน้าที่ดับเพลิง หลังจากรายงานตรวจสอบและหน่วยงานที่มีอำนาจเสนอแผนการปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นแผนการปรับปรุงอุปกรณ์การกู้ภัยให้ทันสมัยขึ้น เพิ่มจำนวนบุคลากร ปรับปรุงเวลาการทำงาน เป็นต้น จะขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอย่างเต็มที่

เหตุไฟไหม้อาคารเฉียวโหย่ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นคือแรงงานหญิงอินโดนีเซียที่ถูกแช่แข็งในตู้แช่ศพอย่างเดียวดาย ด้วยความช่วยเหลือของทีม อู๋เหว่ยต๋า ส..พรรคพลังใหม่(New Power Party) เขตจางฮั่ว สามวันให้หลัง ถึงมีห้องโถงไว้ทุกข์ให้แรงงานหญิงข้ามชาติ (ที่มารูปภาพ: จากประชาชน แฟกซ์ภาพโดย เซียวป๋อหยาง นักข่าวสำนักข่าวCNA จางฮั่ว เมื่อวันที่ 3 .. 2021 )

Related Articles

Back to top button
Close