แรงงานข้ามชาติก็ยื่นได้! ส่องขั้นตอนการขอรับเงินชดเชยในระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน

วัคซีนแอสตราเซเนกา ( ที่มารูปภาพ : shutterstock)

ชาวต่างชาติในไต้หวันเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่เนื่องจากหลายคนเกิดข้อสงสัยด้านผลข้างเคียงและสิทธิประโยชน์ในการรับความช่วยเหลือหลังการฉีด จึงทำให้ไม่กล้าไปฉีด ทั้งนี้ ในปี ค.ศ. 1988 ไต้หวันได้สร้างกลไกระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน ซึ่งครอบคลุมถึงแรงงานข้ามชาติ และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หากมีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากการฉีดวันซีนหรือเกิดความเสียหายใดๆ สามารถยื่นขอรับค่าชดเชยจาก “ระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน”  เรามาดูกันค่ะว่ามีขั้นตอนอย่างไรและต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากเอกสารที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะกรอกเป็นภาษาจีน ดังนั้นแรงงานข้ามชาติที่มีประสงค์ต้องการยื่นขอชดเชย ต้องให้นายจ้างหรือเอเย่นต์เป็นผู้ช่วยดูใบสมัครให้อีกที

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ “สงสัยว่าตนเป็นผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีนที่ผ่านการรับรองของไต้หวัน” ล้วนสามารถยื่นขอเงินชดเชยได้ บุคคลผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องมีผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ยื่นเรื่องให้ หากผู้เสียหายเสียชีวิต ให้ผู้ที่เป็นทายาทตามกฎหมายยื่นขอ ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อที่ได้ภายใน 2 ปีหลังทราบว่า “ต้องสงสัยเกิดอาการข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีน” หรือภายในห้าปีหลังเกิดอาการข้างเคียงที่สร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหาย

สามารถยื่นขอสมัครได้ที่เคาน์เตอร์กองอนามัยท้องถิ่น หลังจากเข้าสู่ระบบข้อมูลส่วนตัวบนเว็บไซต์ของระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ก็จะเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร เอกสารที่ต้องเตรียมคือ ใบสมัครยื่นขอรับเงินชดเชยระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียหาย สำหรับผู้ที่ยื่นขอแทนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายหรือทายาทตามกฎหมาย ต้องแนบสำเนาทะเบียนบานและหลักฐานอื่นๆเพื่อยืนยันความสัมพันธ์กับผู้เสียหาย สำเนาใบรับรองการฉีดวัคซีน หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีความเสียหายจากการฉีดวัคซีน (เช่น ใบรับรองแพทย์  บัตรประจำตัวคนพิการ ใบมรณะบัตร ใบรายงานการชันสูตรพลิกศพ ใบรายงานการประเมินสุขภาพก่อนการฉีดวัคซีนภาพถ่ายอาการไม่พึงประสงค์ ฯลฯ )

หลังจากส่งเอกสารไปยังกองอนามัยแล้ว “สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์แห่งชาติ” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขจะรับหน้าที่เตรียมการสำหรับการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง  หลังจากนั้นจึงจัดประชุมกลุ่มทบทวนระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน เพื่อหาข้อสรุป สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ นักพยาธิวิทยากายวิภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และบุคลากรด้านความยุติธรรมทางสังคม รวมแล้วประมาณ 19-25 คน  เวลาในการตรวจสอบจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี โดยเฉลี่ยแล้วจะมีผลสรุปภายในประมาณ 6 เดือน และกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รายงานให้ทราบอย่างเป็นทางการ

เงินชดเชยผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น “กรณีเสียชีวิต” “กรณีทุพพลภาพ” “อาการไม่พึงประสงค์รุนแรง” “เงินช่วยเหลืองานศพ” “เงินช่วยเหลือทางการแพทย์” เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สมัครและผลการตรวจสอบ สามารถรับเงินชดเชยสูงสุดได้ถึง 6 ล้านเหรียญไต้หวัน กองอนามัยท้องถิ่นจะเป็นผู้มอบเงินชดเชยดังกล่าวให้แก่ผู้มีคุณสมบัติตรงตามกำหนด ใช้เวลาในการดำเนินเรื่องประมาณ 2 เดือน หากการพิจารณาไม่ตรงตามคุณสมบัติ ผู้เสียหายมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ โดยให้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ไปยังกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันหลังจากได้รับผลการพิจารณา 

กระทรวงแรงงานระบุว่า หากแรงงานข้ามชาติมีอาการไม่พึงประสงค์หลังเข้ารับการฉีดวัคซีน นายจ้างและบริษัทจัดหางานต้องรีบส่งแรงงานข้ามชาติไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร็วที่สุด ในกรณีที่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหรือได้รับความเสียหายอื่นๆ แรงงานข้ามชาติสามารถยื่นขอรับเงินชดเชยจากระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีน  เนื่องจากขั้นตอนการฉีดวัคซีนที่เกี่ยวข้องและขั้นตอนขอรับเงินชดเชยคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับวัคซีนมีความสมบูรณ์พร้อม จึงขอให้แรงงานข้ามชาติอย่าได้กังวล และโปรดมั่นใจในการเข้ารับวัคซีน หากมีข้อสงสัยอื่น ๆ โปรดติดต่อสายด่วน 1922 หรือกองอนามัยเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Related Articles

Back to top button
Close