นักเรียนอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา! นักศึกษาต่างชาติจบใหม่หวั่นตกงาน

นักศึกษา (ภาพประกอบเรื่อง / shutterstock)

ในช่วงหกปีที่ผ่านมา ไต้หวันดำเนินการตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่อย่างจริงจัง โดยหวังว่าจะสามารถดึงดูดผู้ที่มีความสามารถจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มาศึกษาและทำงานในไต้หวัน ปี 2014 มีนักศึกษาต่างชาติเพียง 16,000 คนจาก 10 ประเทศอาเซียนเท่านั้น เมื่อปี 2018 มีนักศึกษาเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 คน โดยอัตราการเติบโตคิดเป็น 85% ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติในไต้หวันรวมถึงนักศึกษาอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีจำนวนเกิน 1 แสนคน ในปีนี้นอกจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักศึกษาต่างชาติแล้ว สัดส่วนของนักศึกษาต่างชาติโดยรวมในไต้หวันก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าทุกปี

เมื่อวันที่ 29 มกราคม  กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันประกาศ “สถิติจำนวนนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัย 109 แห่ง” จำนวนนักศึกษาต่างชาติที่ลงทะเบียนเรียนในฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 อยู่ที่ 98,247 คน ในขณะที่นักศึกษาปีการศึกษาที่แล้ววอยู่ที่ 134,000 คน  นับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่จำนวนนักศึกษาต่างชาติลดลงต่ำกว่า 100,000 คน สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรง จึงส่งผลกระทบต่อจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่จะมาเรียนในไต้หวัน อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากสัดส่วนของนักศึกษาต่างชาติในไต้หวันที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในหลายปีที่ผ่านมาบริษัทไต้หวันยังมีความต้องการนักเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนักเรียนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองเพิ่มมากขึ้น โดยมีความเชื่อว่า การพูดได้หลากหลายภาษาเป็นความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง

ตามรายงานของ Commonwealth Magazine(天下雜誌) ได้สัมภาษณ์หนานเฉียวกรุ๊ป(Namchow Group) ที่ได้เข้าไปลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลี่คันเหวิน (李勘文) รองประธานบริหารของบริษัทเปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวไทยมักเลือกสินค้าที่มีฉลากภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น (และตอนนี้ก็เพิ่มภาษาเกาหลีด้วย) แต่พวกเขาไม่ชอบเห็นฉลากภาษาจีน  อันที่จริงไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศในกลุ่มอาเซียนยังให้ความสำคัญกับ “ภาษา” เป็นอย่างมาก ดังนั้น นักศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนักเรียนผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่รุ่นที่สองที่มีภูมิหลังในไต้หวันและอาเซียน จึงกลายเป็นกลุ่มบุคคลไฟแรงที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

อย่างไรก็ดี ภายใต้วิกฤตการณ์ของโรคโควิด-19 นักศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเชิญกับสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ช่วงการป้องกันการแพร่ระบาด รัฐบาลไต้หวันออกมาตรการแจกเงินบรรเทาทุกข์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากมาย แต่ในช่วงนี้นักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนในไต้หวัน นักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเล และนักศึกษาบางคนที่ต้องทำงานพาร์ทไทม์ สูญเสียโอกาสในการทำงานในร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และร้านค้าอื่นๆ  พวกเขาสูญเสียแหล่งรายได้เดิม นักศึกษาจำนวนไม่น้อยทำได้เพียงพึ่งพาเงินจากครอบครัว และต้องใช้ชีวิตอย่ายากลำบาก เพื่อให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้

อันที่จริง การเดินทางมาเรียนในไต้หวัน การเอาชนะอุปสรรคทางภาษา การปรับตัวเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนในท้องถิ่นและกำจัดทัศนคดีแบบเหมารวมของสังคม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นักเรียนจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องประสบพบเจอและรู้สึกอึดอัด ในปีนี้ นักศึกษาอาเซียนจบใหม่ที่ต้องเจอกับไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าที่กำลังระบาดรุนแรงไปทั่วโลก นับเป็นวิกฤตที่น่าเป็นห่วง กล่าวคือ ในช่วงฤดูจบการศึกษาของปีนี้ ไต้หวันเกิดการระบาดรุนแรง ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ไต้หวัน หรือกลับประเทศบ้านเกิด พวกเขาล้วนต้องเผชิญกับปัญหาการหางาน หวั่นตกงานเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ตามระเบียบของรัฐบาลไต้หวัน หลังจากจบการศึกษา นักเรียนต่างชาติสามารถต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ได้เป็นเวลา 6 เดือน ( ต่ออายุได้มากสุด 1 ครั้ง รวมหนึ่งปี)  และบัตรที่อยู่จะเปลี่ยนจากการศึกษาเป็นการหางาน และในช่วงที่กำลังมองหางานทำนั้น ไม่อนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ ส่งผลให้นักศึกษาจบใหม่ต้องเผชิญกับความกดดันในการหางานทำและต้องพบกับปัญหาทางการเงิน นอกจากนี้ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไต้หวัน ยังกำหนดให้บริษัทไต้หวันที่ต้องการว่าจ้างชาวต่างชาติต้องมีทุนและเกณฑ์ตามระเบียบการจ้างงาน และยังจำกัดจำนวนการว่าจ้างชาวต่างชาติ ว่าสามารถจ้างได้กี่คน อย่างไรก็ดี ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด บริษัทต่างๆไม่สามารถคาดการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตได้ เป็นเรื่องยากที่จะรับสมัครพนักงานใหม่จำนวนมาก ทำให้การหางานของนักศึกษาต่างชาติทวีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของจะอยู่ต่อไต้หวันหรือไม่ นักศึกษาอาเซียนมีความเห็นที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว บางคนเชื่อว่ามีโอกาสอยู่ในไต้หวันมากกว่าและสถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศบ้านเกิดของตน  ประกอบกับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทไต้หวันต่างมองหาผู้มีความสามารถเพื่อส่งกลับไปทำงานในประเทศอาเซียนได้ โอกาสการทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อน แต่ก็มีนักศึกษาบางส่วนมีความเห็นว่า ชาวต่างชาติที่อยู่ไต้หวัน ไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหน ก็อยู่ใน “กลุ่มเปราะบาง” ดังนั้นจึงคิดว่าควรกลับประเทศบ้านเกิดดีกว่า นอกจากนี้ ค่าแรงในไต้หวันไม่มีการเติบโตมากนัก อีกทั้งค่าใช่จ่ายและค่าบ้าน ค่าที่พักก็มีราคาสูงเกินไป ทำให้นักศึกษาบางคนมีความต้องการกลับประเทศบ้านเกิดหลังจากจบการศึกษาในไต้หวัน

Related Articles

Back to top button
Close