ผู้อพยพจากฮ่องกง-มาเก๊าไม่มีสิทธิ์รับกองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ? ระเบียบปัจจุบันจำกัดให้เฉพาะคู่สมรสต่างชาติ

เนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้ชาวฮ่องกงเกิดการอพยพเป็นจำนวนมาก  ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ ชาวฮ่องกงอพยพมาไต้หวันสูงถึง 4,697คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 18.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขสถิตินี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อพยพเข้ามาไต้หวัน (ที่มารูปภาพ /สำนักข่าว Associated Press / Tpgimages)

ปัจจุบันไต้หวันมีกองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ แต่จำกัดขอบเขตเฉพาะคู่สมรสชาวต่างชาติ จึงเป็นเรื่องที่ยากมากหากผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ย้ายเข้ามาไต้หวันด้วยเหตุผลอื่นๆจะได้ใช้กองทุนดังกล่าว ชาวฮ่องกงเกิดกระแสการอพยพอันสืบเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ มีชาวฮ่องกงเดินทางเข้ามาไต้หวันสูงถึง 4,697 คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 18.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ตัวเลขสถิตินี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อพยพเข้ามาไต้หวัน 

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะอยู่ในสถานะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับทรัพยากรและความช่วยเหลือในแบบเดียวกัน กองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยมีงบประมาณประจำปีมากกว่า 500 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อส่งเสริมดูแลและให้คำปรึกษาแก่ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ปัจจุบันกองทุนดังกล่าวใช้ได้แค่กับคู่สมรสชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน ซึ่งครอบคลุมถึง คู่สมรสต่างชาต คู่สมรสชาวจีน คู่สมรสชาวฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งรวมถึงคนในครอบครัวด้วย แต่สำหรับชาวฮ่องกงที่อพยพมาไต้หวันด้วยเหตุผลอื่นนั้น ไม่รวมอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของกองทุนดังกล่าว

มีรายงานว่า คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ได้เสนอต่อสภาบริหาร สมัยก่อนผู้ที่อพยพมาไต้หวันส่วนใหญ่เกิดจากการสมรส แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของวันเวลาและสภาพแวดล้อม มีผู้อพยพเข้ามาไต้หวันด้วยเหตุผลอื่นมากขึ้น เช่นจากการศึกษา การทำงาน การลงทุนเป็นต้น หากพิจารณาว่าอาจเกินขอบเขตภาระที่สามารถแบกรับได้ของกองทุน อาจมีการทบทวนจัดลำดับความสำคัญ ผ่อนปรนการใช้กองทุนให้ครอบคลุมถึงที่ผู้ที่ย้ายถิ่นฐานและเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวไต้หวัน แต่กระทรวงมหาดไทยคัดค้านว่า “สำนักงานบริการและแลกเปลี่ยนระหว่างไต้หวัน-ฮ่องกง” สามารถให้ความช่วยเหลือดูแลชาวฮ่องกง ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นฐานอื่นๆ หน่วยงานผู้มีอำนาจควรจัดการดูแลตามอำนาจและความรับผิดชอบของพวกเขา

คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ประเมินว่า ชาวฮ่องกงที่อพยพมาไต้หวันมีความคาดหวังว่าจะใช้ชีวิตและทำงานในไต้หวันได้อย่างสงบสุข แต่ในทางปฏิบัติ พวกเขาประสบปัญหาด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ รวมถึงปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับสังคมไต้หวัน จากมุมมองทางจิตวิทยา หลังจากสถานการณ์ในฮ่องกงย่ำแย่ลง ชาวฮ่องกงพบกับความกดดันและความหวาดกลัวทางด้านจิตใจอย่างหนัก หลังจากอพยพเข้ามาไต้หวัน จึงมีความต้องการการช่วยเหลือและคำปรึกษาอย่างมาก ในแง่ของภาษาและวัฒนธรรม ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่พูดภาษากวางตุ้ง จึงพบเจออุปสรรคในการใช้ภาษาจีนในไต้หวันอยู่บ้าง ใช่ว่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมไต้หวันได้อย่างราบรื่นอย่างที่หลายฝ่ายคาดคะเน พวกเขาพบกับอุปสรรคด้านภาษาเช่นเดียวกับที่ผู้อพยพมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้พบเจอ  คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่เรียกร้องให้มีการผ่อนปรนเป้าหมายของกองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่  ซึ่งจะช่วยให้ชาวฮ่องกงปรับตัวให้เข้ากับสังคมไต้หวันได้เร็วยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ตามระเบียบข้อที่ 1 ของ “มาตรการค่าใช้จ่ายและการใช้ประโยชน์ของกองทุนพัฒนาผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่” วัตถุประสงค์ของกองทุนคือการช่วยเหลือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ให้ปรับตัวเข้ากับสังคมไต้หวันเป็นหลัก ไม่ว่าจะอพยพเข้ามาไต้หวันด้วยเหตุผลใดก็ตาม ควรได้รับสิทธิ์การใช้กองทุนอย่างเท่าเทียม  ประธานสมาคมไต้หวันฮ่องกง (Taiwan Hong Kong Association) มีความเห็นว่า ไต้หวันมีประชากรชาวฮ่องกงอพยพเข้ามาประมาณ 1 แสนคน แต่ละปีเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คน มีตระหนักในความเป็นไต้หวัน และเชื่อมั่นว่าตนเป็น”ชาวไต้หวันเชื้อสายฮ่องกง” ก่อนที่พวกเขาจะปรับตัวให้เข้ากับสังคมไต้หวันได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาควรได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่  ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนมากที่มาจากฮ่องกง-มาเก๊า ล้วนมีความหวังที่จะสามารถปรับตัวและกลายเป็นส่วนหนึ่งในสังคมไต้หวัน แต่การขาดแคลนทรัพยากรช่วยเหลือ ถือเป็นประเด็นใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจ

 

Related Articles

Back to top button
Close