ห่างบ้านมาทำงานในไต้หวัน กดดัน เครียด จิตตก รง.ข้ามชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ขาดช่องทางขอคำปรึกษาสุขภาพจิต

Situasi pandemi menyebabkan kebijakan batas antar negara menjadi ketat. Hal ini juga menyebabkan banyak penduduk baru dan pekerja migran yang merantau ke Taiwan tidak dapat kembali ke kampung halaman untuk bertemu keluarga sehingga menjelang hari raya mereka selalu mudah merasakan kesepian dan menjadi sedih. (foto ilustrasi/ shutterstock)

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นำไปสู่การควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานไกลถึงไต้หวัน ไม่สามารถเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ประเทศบ้านเกิด ทำให้พวกเขารู้สึกหดหู่และเดียวดายได้ง่ายโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ เทศกาลวันไหว้พระจันทร์เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ แรงงานฟิลิปปินส์รายหนึ่งที่นครเกาสง เห็นภาพหลายครอบครัวในไต้หวันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันร่วมฉลองเทศกาล ส่วนเขาที่ต้องห่างบ้านมาทำงานในไต้หวันเพียงลำพัง เกิดความรู้สึกคิดถึงบ้านเป็นทวีคูณ เขาควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยู่ จึงได้ตะโกนส่งเสียงดังโหวกเหวก จนตำรวจต้องเข้ามาช่วยควบคุม อย่างไรก็ดี ชาวต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และแรงงานข้ามชาติในไต้หวัน เมื่อพบกับปัญหาภาวะความเครียด หรือรู้สึกกดดัน เกิดความวิตกกังวล มักไม่รู้จะหันไปทางไหนเพื่อขอความช่วยเหลือกับปัญหาทางสุขภาพจิต

ตามรายงานสื่อต่างประเทศที่ ในช่วงเช้าของวันที่ 22 กันยายน แรงงานข้ามชาติชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งที่ทำงานในเขตเหรินอู่ นครเกาสง ได้ตะโกนร้องและเตะประตูเหล็ก ส่งเสียงดังโหวกเหวกดึงดูดความสนใจของชาวบ้านในละแวก ทำให้ชาวบ้านบางคนถึงกับถ่ายรูปพฤติกรรมแรงงานข้ามชาติคนดังกล่าวพร้อมกับแชร์ลงบนโลกโซเชียล หลังจากที่ตำรวจได้รับเรื่องแจ้งความ จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ พบว่าแรงงานข้ามชาติวัย 40 ปีรายนี้ แต่งงาน มีลูกชาย 1 คน และจากบ้านเพื่อเดินทางมาทำงานหาเงินในไต้หวัน เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา เห็นภาพครอบครัวที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ทำให้เขาเกิดความรู้สึกคิดถึงบ้าน เกิดภาวะจิตตกจมดิ่งไปชั่วขณะ ภายหลังตำรวจได้ช่วยติดต่อบริษัทจัดหางานให้เข้ามาช่วยจัดการสถานการณ์ จึงทำให้อารมณ์ของแรงงานข้ามชาติสงบลง

จำนวนชาวต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อปี 2019 ไต้หวันมีแรงงานข้ามชาติเกิน 760,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานข้ามชาติประมาณ 7 แสนคน พวกเขาเหล่านี้เป็นกำลังที่มีความสำคัญต่อภาคการผลิตและระบบดูแลระยะยาว มีส่วนช่วยในการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไต้หวัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบาง การที่ต้องห่างบ้านมาทำงานไกลถึงต่างประเทศ ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก การต้องพลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รักเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า โดดเดี่ยวและเสียสุขภาพจิตได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การระบาดของโรคโควิด-19 เช่นนี้  ทำให้พวกเขาห่วงใยความปลอดภัยของคนในครอบครัวที่ตกอยู่ในสถานการณ์การระบาดรุนแรงที่ประเทศบ้านเกิดของตน จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

ถึงแม้ว่าแรงงานข้ามชาติจะมีบัตรประกันสุขภาพ แต่อุปสรรคด้านภาษา วันหยุดลาพักร้อนมีน้อย ประกอบขาดความรู้ด้านประกันสุขภาพและระบบการรักษาของไต้หวัน หรืออาจมาจากค่าปรึกษาที่สูง ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะไปเข้ารับการรักษา อีกทั้งอุปสรรคด้านภาษา อาจทำให้ขณะเข้ารับการรักษา สภาพร่างกายและจิตใจและความต้องการอันแท้จริงของพวกเขา ไม่สามารถถูกประเมินออกมาได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม

นอกจากนี้ สายด่วนป้องกันและควบคุมการฆ่าตัวตายของไต้หวันยังคงใช้ภาษาจีนเป็นหลัก มีบริการให้คำปรึกษาในภาษาอังกฤษน้อยมาก แล้วนับประสาอะไรที่จะมีภาษาแม่ของแรงงานข้ามชาติ ถึงแม้ว่า “สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 รับร้องเรียนและให้คำปรึกษาแรงงาน” ของกระทรวงแรงงานจะให้บริการเป็นภาษาแม่ของแรงงานข้ามชาติตลอด 24 ชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียนเป็นหลัก ไม่มีการบริการด้านสุขภาพจิต ส่วน”สายด่วนให้คำปรึกษาชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวัน 0800-024-111” ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน มุ่งเน้นด้านให้บริการคำปรึกษาหลายภาษาสำหรับคู่สมรสต่างชาติและชาวต่างชาติด้านการปรับตัวในสังคมไต้หวันเป็นหลัก โดยไม่มีบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเป็นภาษาต่างประเทศจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ อีกทั้งไม่ได้ให้บริการภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดเวลา หากแรงงานข้ามชาติมีปัญหาสภาพร่างกายและจิตใจ ส่วนใหญ่ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากนายจ้าง เอเย่นต์จัดหางานหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเท่านั้น การขาดทรัพยากรการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตยังมีช่องว่างให้ปรับปรุงอีกมากมาย

※【NOWnews】ห่วงใยคุณ:

การฆ่าตัวตายไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ การร้องขอความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ ทุกชีวิตมีทางออกเสมอเสมอ หลักการ 3 ประการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหา ได้แก่ 1 ถามด้วยความห่วงใย 2 ตอบสนองอย่างเหมาะสม 3 ส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถช่วยป้องกันชีวิตของคนได้แน่นอน

※ สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตาย (安心專線): 1925

※ สายด่วนอาจารย์จางบริการให้คำปรึกษา(張老師專線): 1980

※ สายด่วนสุขภาพจิต(生命線專線): 1995

Related Articles

Back to top button
Close