กลุ่มสหภาพแรงงานเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ8% ชี้ผู้อนุบาลในครัวเรือนควรปรับขึ้นค่าจ้างเช่นกัน

คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำจะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม กลุ่มสหภาพแรงงานจัดงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ระบุว่า เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ ค่าจ้างขั้นต่ำควรปรับเพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ยังคงทำกำไรภายใต้วิกฤตโรคระบาดยิ่งต้องปรับขึ้น อีกทั้งควรส่งเสริมกลไกการเจรจาร่วมอุตสาหกรรมระหว่างแรงงานและนายจ้าง นอกจากประเด็นเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว สหภาพแรงงานยังได้ชี้ถึงปัญหาแรงงานต่างชาติในครัวเรือนที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เรียกร้องให้ภาครัฐควรปรับขึ้นค่าจ้างของแรงงานในครัวเรือน

ประเด็นผู้อนุบาลในครัวเรือนไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานนั้นได้มีการหารือกันมาเนิ่นนาน ในตอนต้น รัฐบาลเห็นว่านายจ้างกลุ่มเปราะบางจำนวนมากที่ไม่มีกำลังทรัพย์ ไม่มีความสามารถในการว่าจ้างผู้อนุบาลที่ได้รับค่าจ้างเท่ากับตน ดังนั้นทำให้กฎหมายมาตรฐานแรงงานไม่มีผลบังคับใช้กับผู้อนุบาลต่างชาติ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผู้อนุบาลต้องอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีชั่วโมงการำงานที่สูง มีวันลาหยุดพักร้อนน้อยมาก ค่าจ้างขั้นต่ำยังคงอยู่ที่ 17,000 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างที่ถูกแช่แข็งไม่ได้ปรับขึ้นมาเป็นตลอดหลายปี ยังส่งผลให้ช่องว่างระหว่างค่าจ้างผู้อนุบาลและค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายไต้หวันนั้นกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงสภาพการแวดล้อมการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ องค์กรพัฒนาเอกชนจึงได้ผลักดัน “กฎหมายการบริการในครัวเรือน” เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้อนุบาลในครัวเรือน แต่หลายปีผ่านพ้นไปเนื่องจากหลายภาคส่วนยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นักข่าวสำนักพิมพ์สี่ฝั่ง ได้สัมภาษณ์คุณหลี่หงเวิ่น(李虹妏) เลขาธิการสหภาพการค้าสมาพันธ์เมืองเถาหยวน ผ่านทางโทรศัพท์ เธอกล่าวว่า “ในตอนนี้ เงินเดือนพื้นฐานของแรงงานในครัวเรือนมีเพียง 17,000 เหรียญ ควรปรับให้เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ หากมองว่าการปรับขึ้นเงินเดือนผู้อนุบาลจะเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินให้กับนายจ้างกลุ่มเปราะบาง ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลก็ควรจะเป็นช่วยผู้แบกรับส่วนต่างที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย รัฐบาลควรออกแรงช่วยแก้ปัญหาในระบบการดูแลระยะยาวให้มากอยู่แล้ว”

คุณหลี่หงเวิ่นระบุว่า สหภาพแรงงานเห็นว่าแรงงานในครัวเรือนไม่ควรถูกกันออกจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน แต่ปัจจุบันแรงงานในครัวเรือนกลับไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน กฎหมายการบริการในครัวเรือนก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เรียกร้องให้ควรปรับขึ้นเงินเดือนของผู้อนุบาลในครัวเรือนให้เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อแก้ปัญหาเงินเดือนน้อยเกินไป แต่ขณะเดียวกันยังคงผลักดันให้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้อนุบาลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจ5 เท่าที่กำลังจะเปิดให้ใช้จ่าย แต่คูปองดังกล่าวแจกให้เพียงชาวไต้หวันและคู่สมรสต่างชาติ ซึ่งไม่รวมแรงงานต่างชาติกว่า 7 แสน หลี่หงเวิ่นกล่าวว่า คูปอง 5 เท่าแจกหมดแล้วก็หมดเลย การแจกคูปองช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแบบแจกครั้งเดียวเช่นนี้มีข้อจำกัด ไม่ส่งผลกระทบในระยะยาว อีกทั้งมีเพียงชาวไต้หวันและคู่สมรสต่างชาติที่มีสิทธิ์ได้รับคูปอง 5 เท่า ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ในไต้หวันกลับไม่ได้รับอานิสงค์ในนโยบายนี้ เธอกล่าวว่า เดิมทีสหภาพแรงงานไม่เห็นด้วยกับการแจกคูปองกระตุ้นเศรษฐกิจแบบครั้งเดียวเช่นนี้ แต่หากจะดำเนินการจริงๆ แรงงานต่างชาติที่ดำรงชีวิต ใช้จ่ายในไต้หวัน ก็ควรมีสิทธิ์ได้รับเช่นกัน

ส่วนนายจ้างและประชาชนบางส่วนที่กล่าวว่า แรงงานไต้หวันส่วนน้อยที่ได้รับเพียงค่าจ้างขั้นต่ำ การปรับขึ้นค่าจ้าง จึงมีแต่จะทำให้แรงงานต่างชาติได้ใจ หลี่หงเวิ่นโต้กลับว่า “แรงงานไต้หวันมีจำนวนมากกว่าแรงงานต่างชาติ และความจริงแล้ว มีแรงงานไต้หวันจำนวนมากที่ได้รับเงินเดือนมากกว่าค่าจ้างขั้นต่ำเพียงเล็กน้อย การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เงินเดือนก็จะถูกปรับขึ้นทันทีเช่นกัน ที่นายจ้างบางส่วนกล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือน มีเพียงแรงงานต่างชาติที่ได้รับประโยชน์นั้นไม่มีมูลความจริง เพียงแต่อยากขัดขวางการปรับขึ้นเงินเดือนก็เท่านั้น”

Related Articles

Back to top button
Close