ระบบสะสมคะแนนคัดเลือก รง.ต่างชาติเข้าไต้หวันปัญหาแยะ? นายจ้างวอนให้ปรับปรุง

ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติอีกครั้ง ประเทศอินโดนีเซียเป็นแรงงานกลุ่มแรก (ภาพประกอบเรื่อง : shutterstock )

สืบเนื่องจากโรคโควิดในไต้หวันเริ่มชะลอตัวลง และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการขาดแคลนแรงงาน ศูนย์บัญชาการประกาศ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. เป็นต้นไป เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติอีกครั้ง พร้อมทั้งประกาศระเบียบมาตรการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้อง นายจ้างและบริษัทจัดหางานต่างเตรียมพร้อมขั้นตอนสำหรับการนำเข้าแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบสะสมคะแนนเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าไต้หวันก่อน รวมถึงการจัดสรรจำนวนเตียงในสถานกักโรคนั้นเกิดเป็นประเด็นมากมาย นายจ้างหลายคนมีความเห็นว่ามาตรการของภาครัฐยังไม่สมบูรณ์ มีสิ่งที่ต้องปรับปรุงมากกมาย หวังว่ากระทรวงแรงงานจะพิจารณาปรับปรุงตามความต้องการของนายจ้าง

บริษัทจัดหางานชื่อดังแห่งหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์สี่ฝั่ง ในเรื่องของเกณฑ์การให้คะแนน นายจ้างส่วนใหญ่ต่างยินดีให้ความร่วมมือ แต่ผู้ประกอบการภาคอุตสากรรมบางรายชี้ว่า การประเมินให้คะแนนความพร้อมหอพักแรงงานภาคอุตสาหกรรม ห้องพักเดี่ยวจะได้คะแนนสูงกว่า แต่หอพักแรงงานภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นหอพักรวมที่ต้องพักร่วมกันหลายคน ยากที่จะมีห้องพักเดี่ยว หากต้องเปลี่ยนเป็นห้องพักเดี่ยวเพื่อให้ได้คะแนนสูงในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ จะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งประเด็นนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก

นอกจากนี้ เกณฑ์การให้คะแนนแรงงานภาคครัวเรือน รวมถึงสภาพการฉีดวัคซีนของแรงงานต่างชาติและสถานการณ์โควิดที่ประเทศต้นทาง เมื่อพิจารณาว่าแรงงานที่จะได้เข้าไต้หวันกลุ่มแรกเป็นแรงงานจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่มักจัดเตรียมให้แรงงานต่างชาติฉีดวัคซีนครบโดส ท้ายที่สุดจะพบว่า มีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันมากมาย นายจ้างภาคครัวเรือนอาจต้องใช้วิธีจับฉลากนำเข้าแรงงานต่างชาติ จึงเกิดการตั้งคำถามว่า จุดประสงค์ในการใช้ระบบสะสมคะแนนอยู่ตรงไหน มิหนำซ้ำ ทำให้กลุ่มนายจ้างรู้สึกว่า “ต้องพึ่งโชค” ดังนั้นหวังว่ารัฐบาลจะช่วยเพิ่มจำนวนเตียงให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

สำหรับประกันโควิดที่กระทรวงแรงงานบังคับให้นายจ้างต้องซื้อประกันวงเงิน 500,000 เหรียญให้แรงงานต่างชาติ เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีแรงงานตรวจพบติดโควิด นายจ้างและบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่มีนายจ้างบางส่วนชี้ว่า ในเมื่อเป็นการประกันภัยภาคธุรกิจ ซึ่งผู้รับผลประโยชน์เป็นแรงงานต่างชาติ (ผู้ที่ได้รับการรักษา) และครอบครัว ตามหลักแล้ว แรงงานควรเป็นผู้รับผิดชอบมากกว่า ไม่ใช่นายจ้าง หวังว่ากระทรวงแรงงานจะพิจารณาในประเด็นนี้มากขึ้น

ปัจจุบัน รัฐบาลจัดเตรียมเตียงไว้สำหรับแรงงานกลุ่มแรก 1700 เตียง นำเข้าแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคสวัสดิการสังคมตามสัดส่วน แต่สมาคมครอบครัวผู้ทุพพลภาพและนายจ้างผู้อนุบาลสากลตั้งคำถามว่า การขาดแคลนแรงงานตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา แรงงานภาคสวัสดิการสังคมย้ายไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาคสวัสดิการสังคมขาดแคลนผู้อนุบาลอย่าหนัก การนำเข้าแรงงานต่างชาติในครั้งนี้ เปิดให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคสวัสดิการสังคมนำเข้าแรงงานในจำนวนเท่ากัน แต่กลับไม่เพิ่มจำนวนแรงงานสำหรับนายจ้างในภาคครัวเรือน จึงเกิดคำถามว่ากระทรวงแรงงานมุ่งเน้นไปทางการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไรก็ดี ระบบการดูแลระยะยาวในไต้หวัน ต้องพึ่งพาแรงงานอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก แต่นับตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. ปีที่แล้ว แรงงานอินโดนีเซียถูกระงับให้เดินทางเข้าไต้หวันชั่วคราว ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความต้องการผู้อนุบาลในครัวเรือน สมาคมฯระบุว่า การนำเข้าแรงงานต่างชาติในปัจจุบัน แม้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอต่อการชดเชยจำนวนผู้อนุบาลที่ขาดแคลนตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา

Related Articles

Back to top button
Close